บริการรับสั่งสินค้าจากญี่ปุ่น สำหรับเจ้าของธุรกิจ เพิ่มโอกาสขยายตลาดออนไลน์

ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านออนไลน์ คุณคงเคยสังเกตว่าสินค้าญี่ปุ่นขายดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง อุปกรณ์ครัว ของเล่น หรือแม้แต่ขนมขบเคี้ยว ลูกค้าไทยชอบและไว้วางใจคุณภาพสินค้าญี่ปุ่นมาก
แต่เจ้าของธุรกิจหลายคนมักติดปัญหาเวลาที่จะสั่งซื้อและนำเข้าเอง เช่น ขั้นตอนยุ่งยาก ภาษาเข้าใจยาก บัตรเครดิตใช้ไม่ได้ หรือเจอค่าขนส่งและภาษีที่ไม่ชัดเจน
และนี่คือจุดที่ “บริการรับสั่งสินค้าจากญี่ปุ่น” เข้ามาช่วยเปลี่ยนเกม จากการสั่งยาก เปลี่ยนให้กลายเป็นเรื่องง่าย!
3 เหตุผลที่ปฎิเสธไม่ได้ว่า สินค้าญี่ปุ่นฮอตฮิตในไทยตลอดกาล
- คุณภาพดีและน่าเชื่อถือ
คนไทยจำนวนมากไว้ใจสินค้า Made in Japan เพราะญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องการผลิตที่ละเอียดและได้มาตรฐาน เช่น เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน หรือของเล่น - ดีไซน์แตกต่าง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความ “น่ารัก” และความ “ใช้งานได้จริง” ในเวลาเดียวกัน สินค้าหลายชนิดมีรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร จึงขายง่ายและดึงดูดลูกค้าออนไลน์ได้ดี - ตลาดไทยยังมีช่องว่างให้โต
หลายหมวดยังไม่ค่อยมีคู่แข่งหรือมีเจ้าเล่นในตลาดน้อย โดยเฉพาะสินค้าแนวเฉพาะกลุ่ม (niche)
ตัวอย่างเช่น
- ฟิกเกอร์ญี่ปุ่น ของสะสมยอดฮิตที่คนรักอนิเมะตามหา ของแท้จากญี่ปุ่นมักมีรายละเอียดและคุณภาพสูง
- เหล้าบ๊วย (Umeshu) เครื่องดื่มรสละมุนที่กำลังได้รับความนิยม
- แบรนด์เนมมือสองจากญี่ปุ่น เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า หรือเครื่องประดับมือสองจากแบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton, Chanel, Gucci ฯลฯ ข้อดีคือ จุดเด่นเลยคือสินค้ามักอยู่ในสภาพดี ราคาจับต้องได้ และที่สำคัญคือ “ของแท้ตรวจสอบแล้ว” จากร้านที่น่าเชื่อถือในญี่ปุ่นมาแล้วค่ะ
เจาะลึก: การคำนวณต้นทุนจริงที่เจ้าของธุรกิจควรรู้
เวลานำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องคิดเสมอคือ “ต้นทุนต่อชิ้น” ไม่ใช่แค่ราคาหน้าเว็บ
เรามาลองดูตัวอย่างง่ายๆกันค่ะ :
- สินค้าจากญี่ปุ่นราคา 1,200 เยน (ประมาณ 280 บาท)
- ค่าขนส่งภายในญี่ปุ่น 500 เยน (ประมาณ 115 บาท)
- รวมราคาสินค้า = 1,700 เยน (≈ 395 บาท)
- สมมุติสินค้าหนัก 0.3 กก. (300 กรัม)
- ค่าขนส่งต่อชิ้น = 300 กรัม x 25 บาท/ขีด = 75 บาท
- รวมต้นทุนต่อชิ้น = 395 + 75 = 470 บาท
หาก.มาขายในไทยในราคาชิ้นละ 1,000 บาท
คุณจะได้กำไรประมาณ 530 บาท/ชิ้น หรือคิดเป็นกำไรประมาณ 112% จากต้นทุน
#TIP : ถึงแม้ขนส่งทางเรือจะใช้เวลานานกว่าทางเครื่องบินเล็กน้อย (ประมาณ 2–3 สัปดาห์) แต่ช่วยลดต้นทุนได้มากกว่าเท่าตัว เหมาะสำหรับสินค้าที่ไม่ต้องรีบขาย เช่น ของสะสม ของใช้ในบ้าน หรือแฟชั่นที่ไม่ตามเทรนด์เฉพาะช่วงเวลา
เคล็ดลับเพิ่มกำไรจากการนำเข้าสินค้าญี่ปุ่น
เคล็ดลับเพิ่มกำไรจากการนำเข้าสินค้าญี่ปุ่น

1. รวมออเดอร์หลายชิ้นให้ครบ 1 กิโล
เพราะค่าขนส่งคิดตามน้ำหนักจริง ยิ่งรวมหลายชิ้น ยิ่งเฉลี่ยต้นทุนขนส่งต่อชิ้นได้ถูกลง เช่น
- ส่งทีละน้อย: สมมุติค่าส่ง 180 บาท ÷ 1 ชิ้น = 180 บาท/ชิ้น
- รวมส่ง: 350 บาท ÷ 5 ชิ้น = 70 บาท/ชิ้น
แบบนี้จะช่วยประหยัดค่าส่งต่อชิ้นได้เยอะเลย!
วิธีการ: รอให้มีออเดอร์จากลูกค้าหลายคนก่อน แล้วค่อยสั่งของรอบเดียว หรือสั่งสต็อกหลายชิ้นไปเลย ส่วนของที่รู้ว่าขายดีแน่นอน บางคนใช้วิธีเปิด Pre-order รอบละ 7-14 วัน แล้วรวมสั่งพร้อมกัน
2. เลือกสินค้าน้ำหนักเบาแต่ราคาขายสูง
เช่น ครีมบำรุง ฟิกเกอร์ ของสะสม หรือเครื่องเขียนจากญี่ปุ่น ซึ่งสินค้าประเภทนี้น้ำหนักเบาแต่ขายต่อได้ราคาดี มักทำกำไรได้ 40–70%
ตัวอย่าง:
สมมุติคุณสั่งสินค้าราคาต้นทุน 350 บาท/ชิ้น หนักเพียง 100 กรัม (1 ขีด)
ถ้าส่งทางเรือกับ SALMON EXPRESS ค่าส่ง = 25 บาท/ขีด
รวมต้นทุนต่อชิ้น = 350 + 25 = 375 บาท
ขายออนไลน์ที่ราคา 650 บาท
คุณจะได้กำไร 275 บาท/ชิ้น หรือประมาณ 73% (สินค้าที่ “เบาแต่ราคาขายดี” จะทำให้ต้นทุนขนส่งไม่บาน และคืนทุนได้ไว)
3. ตั้งราคาขายให้รวมค่าขนส่งในไทยแล้ว
นิสัยลูกค้าคนไทยคือ ชอบราคาชัดเจนที่รวมส่งแล้ว เช่น “1,090 บาท ส่งฟรี!” ดีกว่าการเก็บค่าส่งเพิ่มทีหลัง เพราะให้ความรู้สึกว่าต้องจ่ายเพิ่ม
ทำไม SALMON EXPRESS เป็นตัวเลือกของเจ้าของธุรกิจ
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่อยากขยายตลาดออนไลน์ด้วยสินค้าญี่ปุ่น การใช้บริการ SALMON EXPRESS รับสั่งสินค้าจากญี่ปุ่น คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะเราดูแลทุกขั้นตอนให้ครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาสินค้า เจรจาต่อรองราคา สั่งซื้อ นำเข้า เคลียร์ภาษี ไปจนถึงจัดส่งถึงมือลูกค้าในไทย ด้วยระบบขนส่งมาตรฐานสูงทั้งทางเรือและทางอากาศ (เริ่มต้นเพียง 250 บาท/กก.)
ทุกขั้นตอนโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง มั่นใจได้ว่าสินค้าของคุณจะถึงมือครบ รวดเร็ว และคุ้มค่าที่สุด เพื่อให้คุณโฟกัสกับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างเต็มที่
ติดต่อนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นกับเราได้ที่
LINE : @salmon_express
อีเมล : salmonexpress.info@gmail.com


