ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการ

SALMON EXPRESS บริการจัดการฝากส่งและฝากซื้อจากประเทศญี่ปุ่น

เพื่อความเข้าใจตรงกัน และสร้างความมั่นใจในทุกขั้นตอนการใช้บริการ กรุณาอ่านข้อกำหนดเหล่านี้อย่างละเอียดก่อนเริ่มต้นใช้งาน

สารบัญ

ส่วนที่ 1 — นโยบายความเป็นส่วนตัว สำหรับการใช้บริการแพลตฟอร์ม

ส่วนที่ 2 — นโยบายการใช้คุกกี้

ส่วนที่ 3 — ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการแพลตฟอร์ม

ส่วนที่ 4 — เงื่อนไขและข้อตกลงการใช้บริการ

ภาคผนวก — สรุปการเปลี่ยนแปลงล่าสุด (สำหรับลูกค้า)

ส่วนที่ 1 — นโยบายความเป็นส่วนตัว สำหรับการใช้บริการแพลตฟอร์ม

    นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “นโยบาย”) บังคับใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ อธิบายวิธีการที่บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด (“บริษัท”) เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุถึงตัวท่านซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) ในฐานะที่ท่านเป็นลูกค้า ผู้ใช้งาน หรือผู้ติดต่อของ SALMON EXPRESS ซึ่งดำเนินการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม OrderX เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดทางกฎหมายอื่นใดทั้งปวง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ตามที่มีการแก้ไข และ/หรือเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมทั้งหมดว่า “กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) กำหนด

    นโยบายนี้ครอบคลุมถึงบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับการเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท ซึ่งหมายความรวมถึง ผู้ที่อาจจะเป็นลูกค้า ลูกค้า อดีตลูกค้า และบุคคลธรรมดาที่ดำเนินการในนามนิติบุคคล เช่น กรรมการ ที่ปรึกษา ผู้บริหาร พนักงาน ตัวแทน ผู้ประสานงาน เป็นต้น ผู้ใช้บริการ ผู้เข้าร่วมแคมเปญ ผู้มีอำนาจดำเนินการแทนลูกค้าตามกฎหมาย เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ผู้ใช้อำนาจปกครอง เป็นต้น โดยเรียกรวมกันว่า “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” “ลูกค้า” หรือ “ท่าน”

    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวเมื่อใดก็ได้ ดังนั้น บริษัทจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นครั้งคราว โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสมสำหรับการปรับปรุงในสาระสำคัญ

| 1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

    ในการเก็บรวบรวมและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัท การสมัครใช้บริการ การทำสัญญา การติดต่อสื่อสาร การทำแบบสำรวจ การใช้งานระบบของบริษัท เป็นต้น และเก็บรวบรวมจากแหล่งอื่น เช่น กรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แหล่งข้อมูลเชิงพาณิชย์ สื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการข้อมูล เป็นต้น โดยมีข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด รูปภาพ ลายมือชื่อ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีชาวต่างชาติ) สัญชาติ และข้อมูลที่ใช้ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน

  • ข้อมูลติดต่อ เช่น ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่จัดส่ง อีเมล หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และไอดี LINE
  • ข้อมูลทางการเงินและธุรกรรม เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคาร ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต (เฉพาะส่วนที่ผู้ให้บริการชำระเงินแจ้งให้บริษัททราบ) ประวัติการชำระเงิน ยอดเงินคงเหลือในกระเป๋าเงิน ประวัติการเติมเงินและการถอนเงิน และวงเงินสินเชื่อ (ถ้ามี)
  • ข้อมูลคำสั่งซื้อและการประมูล เช่น รายการสินค้าที่สั่งซื้อหรือประมูล ราคาเสนอประมูลสูงสุด ประวัติการประมูล ประวัติคำสั่งซื้อ ข้อมูลผู้ขายในประเทศต้นทางที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลคู่กรณีในการซื้อขาย
  • ข้อมูลการขนส่งและพิธีการศุลกากร เช่น ที่อยู่จัดส่ง ข้อมูลผู้รับสินค้า (ในกรณีที่ผู้รับสินค้ามิใช่ตัวท่านเอง) หมายเลขติดตามพัสดุ น้ำหนักและขนาดของสินค้า ใบขนสินค้า และเอกสารพิธีการศุลกากร
  • ข้อมูลทางเทคนิคและพฤติกรรมการใช้งาน เช่น หมายเลข IP Address ประเภทอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ ประเภทเบราว์เซอร์ คุกกี้ พฤติกรรมการใช้บริการ ประวัติการเข้าใช้งาน ข้อมูล Geolocation ชื่อบัญชี Social Media และข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท
  • ข้อมูลภาพ เสียง และการสื่อสาร เช่น ภาพถ่ายประกอบการตรวจสอบสินค้า ภาพหน้าจอการสนทนา บันทึกการสนทนาผ่านช่องทางบริการลูกค้า (กรณีที่บริษัทแจ้งล่วงหน้าว่ามีการบันทึก) และเนื้อหาที่ท่านอัปโหลดบนแพลตฟอร์ม
  • ข้อมูลของบุคคลภายนอก เช่น ข้อมูลของผู้รับสินค้าในกรณีที่ท่านระบุผู้รับสินค้าที่มิใช่ตัวท่านเอง ข้อมูลผู้ประสานงานและผู้ติดต่อในกรณีของลูกค้านิติบุคคล โดยท่านรับรองว่าได้รับความยินยอมหรือมีฐานทางกฎหมายในการให้ข้อมูลของบุคคลภายนอกดังกล่าวแก่บริษัทแล้ว

    กรณีบริษัทได้รับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตัวตน และ/หรือการทำธุรกรรมใด ๆ กับบริษัท ซึ่งอาจจะมีข้อมูลอ่อนไหว เช่น ศาสนา หมู่โลหิต อยู่ด้วย บริษัทไม่มีนโยบายจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ยกเว้นในกรณีที่บริษัทมีสิทธิตามกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทจะกำหนดวิธีการจัดการตามแนวทางปฏิบัติและเป็นไปตามที่กฎหมายอนุญาต

    บริษัทอาจได้รับข้อมูลบุคคลที่สามโดยท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลกับบริษัท เช่น ผู้ประสานงาน ผู้ติดต่อ เป็นต้น โปรดแจ้งประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แก่บุคคลที่สามดังกล่าว และขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวหากจำเป็น เว้นแต่มีข้อกำหนดทางกฎหมายอื่นที่ไม่ต้องขอความยินยอม

| 2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทอาจอาศัย (1) ฐานความยินยอม (2) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (3) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (4) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (5) ฐานประโยชน์เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (6) ฐานประโยชน์สาธารณะ และ/หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต (แล้วแต่กรณี โดยขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับท่าน) ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • การสมัครสมาชิก การยืนยันตัวตน และการเข้าใช้บริการ — การปฏิบัติตามสัญญา
  • การดำเนินการตามคำสั่งซื้อ การจัดซื้อ การประมูล การชำระเงินในประเทศต้นทาง การจัดการขนส่งและพิธีการศุลกากร — การปฏิบัติตามสัญญา
  • การให้บริการกระเป๋าเงิน รวมถึงการเติมเงิน การถอนเงิน และการตรวจสอบธุรกรรม — การปฏิบัติตามสัญญา
  • การให้บริการลูกค้า การตอบข้อสงสัย และการระงับข้อพิพาท — การปฏิบัติตามสัญญา และประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กฎหมายศุลกากร และกฎหมายว่าด้วยการขายตรงและตลาดแบบตรง — การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • การพิสูจน์ตัวตนสำหรับผู้ใช้บริการที่มีธุรกรรมในวงเงินสูง หรือขอวงเงินสินเชื่อ — การปฏิบัติตามกฎหมาย และการปฏิบัติตามสัญญา
  • การวิเคราะห์การใช้งาน การปรับปรุงบริการ และการพัฒนาระบบ — ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • การสื่อสารทางการตลาด การส่งข่าวสาร และการเสนอบริการที่เกี่ยวข้อง — ความยินยอม (ซึ่งท่านสามารถถอนได้ทุกเมื่อ)
  • การคุ้มครองสิทธิและทรัพย์สินของบริษัท การป้องกันการฉ้อโกง และการดำเนินคดี — ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

    ในกรณีที่บริษัทต้องขอข้อมูลส่วนบุคคลจากท่าน เพื่อเข้าทำหรือปฏิบัติตามสัญญา หรือปฏิบัติตามกฎหมาย หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทอาจจะไม่สามารถดำเนินการตามที่ท่านประสงค์ได้

    นอกจากนี้ โปรดทราบว่าการที่ท่านปฏิเสธหรือเพิกถอนความยินยอม อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถตอบรับคำขอของท่าน หรือปฏิบัติตามภาระผูกพันตามสัญญาระหว่างบริษัทกับท่านได้อย่างสมบูรณ์

| 3. การส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกตามที่ระบุด้านล่าง เพื่อวัตถุประสงค์ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บุคคลภายนอกอาจอยู่ภายในประเทศไทยหรือต่างประเทศ

  • หน่วยงานรัฐ เช่น กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กรมบังคับคดี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ศาล หรือหน่วยงานอื่นใดที่อาศัยอำนาจตามกฎหมาย
  • ผู้ให้บริการภายนอก เช่น ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ให้บริการการตลาด ผู้ประเมินผลเพื่อการบริหารจัดการองค์กร ผู้ตรวจสอบภายนอก ที่ปรึกษาด้านต่าง ๆ เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาการวางแผนธุรกิจ ผู้สอบบัญชี และผู้ให้คำปรึกษาด้านอื่น ๆ
  • ผู้ขายในประเทศต้นทาง เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นในการดำเนินการคำสั่งซื้อ เช่น ชื่อ-นามสกุลและที่อยู่จัดส่ง ในกรณีที่ผู้ขายในประเทศต้นทางเรียกร้องเพื่อจัดการธุรกรรม
  • ผู้ให้บริการประมูลและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าในประเทศต้นทาง เช่น Mercari, ヤフオク! (Yahoo Auction), Rakuten และผู้ให้บริการอื่นที่บริษัทเชื่อมต่อ
  • ผู้ให้บริการชำระเงินและสถาบันการเงิน เช่น ผู้ให้บริการ Payment Gateway ที่บริษัทเชื่อมต่อ ธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
  • ผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ เช่น สายการบิน บริษัทขนส่งทางทะเล ผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรในประเทศไทยและประเทศต้นทาง และผู้ขนส่งภายในประเทศไทย เช่น ไปรษณีย์ไทย Kerry Express และ Flash Express
  • บุคคลภายนอกอื่น ๆ เช่น ผู้รับโอนสิทธิในกรณีมีการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมกิจการ การโอนกิจการ ผู้ร้องเรียนหรือบุคคลภายนอกที่ร้องขอดูข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เป็นต้น แล้วแต่กรณี

| 4. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

    เพื่อให้บริการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ บริษัทจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลและประเทศ ดังต่อไปนี้

  • บริษัทในเครือ ผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการคลังสินค้า และตัวแทนของบริษัทในประเทศต้นทาง
  • ผู้ขายสินค้าและผู้ให้บริการประมูลในประเทศต้นทาง (เช่น Mercari, ヤフオク! (Yahoo Auction), Rakuten) ผู้ให้บริการชำระเงินในประเทศต้นทาง และสถาบันการเงินที่บริษัทใช้บริการ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของคำสั่งซื้อของท่าน
  • ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบคลาวด์ ซึ่งอาจมีศูนย์ข้อมูลในประเทศต้นทาง สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่น

    ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่าง ๆ เพื่อทำให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกโอนอย่างปลอดภัย และบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้นมีระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม หรือกรณีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

| 5. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น และเพื่อให้บรรลุหน้าที่ตามสัญญา กฎหมายและกฎข้อบังคับต่าง ๆ เช่น ตลอดระยะเวลาที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาร่วมกับท่าน หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เช่น เก็บไว้ไม่เกิน 10 ปีตามอายุความกฎหมาย เป็นต้น

| 6. การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทได้จัดทำและ/หรือเลือกใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีกลไกและเทคนิคที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากพนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของบริษัท เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้ เปิดเผย ทำลาย หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

| 7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ภายใต้บทบัญญัติและข้อยกเว้นตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจมีสิทธิตามที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้

  • สิทธิในการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน
  • สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ครบถ้วน ไม่เป็นปัจจุบัน หรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  • สิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมีเกี่ยวกับท่านในรูปแบบที่มีการจัดระเบียบและสามารถอ่านได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น โดยต้องเป็น (ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้กับบริษัท และ (ข) กรณีที่บริษัทได้รับความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย หรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่บริษัทมีกับท่าน
  • สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การคัดค้านการตลาดแบบตรง
  • สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • สิทธิในการถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ สำหรับวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • สิทธิในการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิในการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจ หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

| 8. การติดต่อบริษัท

    โปรดติดต่อบริษัทหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท หากท่านต้องการใช้สิทธิของท่าน หรือหากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะลูกค้า ผู้ใช้งาน หรือผู้ติดต่อของ SALMON EXPRESS ซึ่งดำเนินการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม OrderX ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ได้ที่

บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด

  • ที่อยู่: 342/278 ซอยแจ้งวัฒนะ 14 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
  • เบอร์โทร: 086-600-3605
  • อีเมล: info@orderx.biz

ส่วนที่ 2 — นโยบายการใช้คุกกี้

    นโยบายการใช้คุกกี้ฉบับนี้ ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569

    บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของท่าน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บริการที่มีคุณภาพแก่ท่าน รวมถึงประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานบนเว็บไซต์ของบริษัทที่ salmonexpressth.com และระบบ OrderX Webapp รวมทั้งช่องทางบริการลูกค้าผ่าน LINE Official Account, Facebook Page และ Messenger, Instagram Direct Message, X (Twitter) Direct Message และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อื่นของบริษัท เป็นต้น (เรียกรวมกันว่า “เว็บไซต์”)

| 1. คุกกี้คืออะไร

    คุกกี้ (Cookie) คือ ข้อมูลตัวอักษรขนาดเล็กซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของท่าน เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งโดยปกติคุกกี้จะทำหน้าที่บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัท เช่น ชื่อ ที่อยู่ อีเมล รหัสผ่าน ไอพีแอดเดรส (IP Address) เบอร์โทรศัพท์ และคำค้นหา และการตั้งค่าผู้ใช้งานต่าง ๆ (เช่น ภาษา) เป็นต้น

    คุกกี้จะช่วยให้บริษัททราบว่าท่านใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทอย่างไร เพื่อที่บริษัทจะสามารถพัฒนาปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน/การให้บริการแก่ท่านให้ดียิ่งขึ้นและตรงกับความต้องการของท่านได้ โดยการบันทึกการตั้งค่าของคุกกี้จะช่วยจดจำการตั้งค่าการใช้งานของท่าน ซึ่งจะทำให้การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านในครั้งต่อไปเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และตอบสนองต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น

| 2. บริษัทใช้คุกกี้ประเภทใด

    บริษัทอาจใช้คุกกี้ดังต่อไปนี้ เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท

  • คุกกี้ประเภทที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง (Strictly Necessary Cookies)
  • คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ (Site Functionality Cookies)
  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/วัดผลการทำงานของเว็บไซต์ (Site Analytical/Performance Cookies)

| 3. บริษัทใช้คุกกี้อย่างไร

    บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งรวมถึงการตั้งค่าการใช้งานของท่านเมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท โดยการนำไฟล์คุกกี้จำนวนหนึ่งเข้าสู่เว็บบราวเซอร์ของท่าน ในกรณีนี้ บริษัทใช้คุกกี้เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • คุกกี้ประเภทที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง (Strictly Necessary Cookies): มีความสำคัญต่อการทำงานของเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงคุกกี้ที่ทำให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานในเว็บไซต์ของบริษัทได้อย่างปลอดภัย การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัทได้
  • คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ (Site Functionality Cookies): ช่วยให้บริษัทสามารถจดจำการปฏิสัมพันธ์ของท่านในการใช้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เช่น การลงทะเบียน การล็อกอินเข้าสู่ระบบ เป็นต้น โดยคุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการจดจำตัวท่านเมื่อท่านกลับมาใช้งานเว็บไซต์อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถปรับแต่งเนื้อหาสำหรับท่าน ปรับให้เว็บไซต์ของบริษัทตอบสนองความต้องการใช้งานของท่าน รวมถึงจดจำการตั้งค่าของท่าน อาทิ ภาษา หรือภูมิภาค หรือขนาดของตัวอักษรที่ท่านเลือกใช้ในการใช้งานในเว็บไซต์ หากท่านไม่อนุญาตให้ใช้คุกกี้เหล่านี้ จะส่งผลให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมดที่เกี่ยวข้องอาจทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/วัดผลการทำงานของเว็บไซต์ (Site Analytical/Performance Cookies): ช่วยให้บริษัทสามารถจดจำและนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ตลอดจนช่วยให้บริษัททราบถึงพฤติกรรมในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ให้มีคุณภาพดีขึ้นและมีความเหมาะสมมากขึ้น อีกทั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับวิธีการเข้าและพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์โดยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย และช่วยให้บริษัทเข้าใจถึงความสนใจของผู้ใช้ และวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณาของบริษัท หากท่านไม่อนุญาตคุกกี้เหล่านี้ บริษัทจะไม่ทราบว่าท่านได้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทเมื่อใด และจะไม่สามารถตรวจสอบผลการทำงานของเว็บไซต์ได้

    อนึ่ง คุกกี้บางประเภทในเว็บไซต์นี้จัดการโดยบุคคลที่สาม เช่น เครือข่ายการโฆษณา ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับลักษณะการทำงานต่าง ๆ อาทิ วิดีโอ แผนที่ และโซเชียลมีเดีย และผู้ให้บริการเว็บไซต์ภายนอกอื่น ๆ เช่น บริการวิเคราะห์การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เป็นต้น คุกกี้เหล่านี้มักจะเป็นคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/วัดผลการทำงาน ท่านควรต้องศึกษานโยบายการใช้คุกกี้และนโยบายส่วนบุคคลในเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการที่บุคคลที่สามอาจนำข้อมูลของท่านไปใช้

| 4. การจัดการคุกกี้

    ท่านสามารถจัดการคุกกี้โดยการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าคุกกี้ โดยการยอมรับ ปฏิเสธ หรือลบคุกกี้ซึ่งถูกตั้งค่าไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท ท่านสามารถดำเนินการดังกล่าวได้โดยการเลือกการตั้งค่าคุกกี้หรือตั้งค่าบราวเซอร์ของท่าน เช่น ห้ามการติดตั้งคุกกี้ลงบนอุปกรณ์ของท่านโดยการปิดการใช้งานคุกกี้ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าคุกกี้ดังกล่าวอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท เนื่องจากท่านอาจไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์บางส่วน หรืออาจใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรืออาจไม่สามารถเก็บข้อมูลการตั้งค่าการใช้งานของท่านได้ นอกจากนี้ อาจส่งผลต่อการแสดงผลหน้าเว็บไซต์ของบริษัทซึ่งอาจทำให้ไม่อาจแสดงผลได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์

| 5. การแก้ไขนโยบายคุกกี้

    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขประกาศฉบับนี้ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้เป็นระยะ ๆ เพื่อตรวจสอบนโยบายคุกกี้ รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่บริษัทจะปรับปรุงข้อมูลที่เผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของบริษัทให้เป็นปัจจุบัน และในกรณีที่เหมาะสม บริษัทอาจจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ผ่านทางอีเมลที่ท่านได้ให้ไว้ ขอให้ท่านอ่านรายละเอียดนโยบายการใช้คุกกี้ และประกาศความเป็นส่วนตัวที่บริษัทได้ประกาศไว้บนเว็บไซต์ทุกครั้งก่อนเข้าใช้งาน

ส่วนที่ 3 — ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการแพลตฟอร์ม

ปรับปรุงล่าสุด 09 กรกฎาคม 2569

    ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ (“ข้อกำหนด”) เป็นสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างบริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด (“บริษัท”) และลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือผู้ติดต่อของ SALMON EXPRESS ซึ่งดำเนินการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม OrderX (“ผู้ใช้บริการ” หรือ “ท่าน”) ก่อนการสมัครสมาชิกหรือใช้บริการใดของบริษัท โปรดอ่านข้อกำหนดฉบับนี้โดยละเอียด รวมถึงเอกสารแนบและนโยบายอื่นที่อ้างถึงในข้อกำหนดฉบับนี้ การคลิกยอมรับข้อกำหนดหรือการเริ่มใช้บริการของบริษัท ถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดฉบับนี้และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยสมบูรณ์

    นอกเหนือจากข้อกำหนดฉบับนี้ การให้บริการของบริษัทอยู่ภายใต้บังคับของนโยบายการให้บริการที่บริษัทประกาศบนแพลตฟอร์มเป็นครั้งคราว โดยนโยบายการให้บริการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดฉบับนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายการให้บริการเป็นครั้งคราว และจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

  • นโยบายเกี่ยวกับสินค้าต้องห้ามและสินค้าจำกัดในการขนส่งระหว่างประเทศ (Prohibited and Restricted Items Policy) ซึ่งกำหนดประเภทสินค้าที่ไม่อาจขนส่งทางอากาศ ทางทะเล หรือทางรถยนต์ได้
  • นโยบายเกี่ยวกับการคำนวณน้ำหนักและปริมาตรของสินค้า (Weight and Volume Calculation Policy) รวมถึงวิธีการคำนวณน้ำหนักตามปริมาตร (Volumetric Weight) และวิธีการระงับข้อพิพาทเรื่องน้ำหนัก
  • นโยบายเกี่ยวกับระยะเวลาการเก็บรักษาสินค้า ณ คลังสินค้าของบริษัทในประเทศต้นทางและประเทศไทย (Storage Policy) รวมถึงค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาเกินกำหนดและการดำเนินการกรณีไม่มาเรียกรับสินค้า
  • นโยบายเกี่ยวกับการจัดส่งที่ไม่มีหมายเลขติดตามและการระงับข้อพิพาท (No-Tracking and Dispute Resolution Policy)
  • นโยบายเกี่ยวกับการคืนภาษีบริโภคในประเทศต้นทาง (Tax-Free Refund Policy)
  • นโยบายอื่นที่บริษัทประกาศกำหนด

| 1. คำนิยาม

    ในข้อกำหนดฉบับนี้ คำต่อไปนี้ให้มีความหมายดังที่กำหนด เว้นแต่บริบทจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

1.1 “บริษัท” หมายถึง บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105568114624 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 342/278 ซอยแจ้งวัฒนะ 14 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

1.2 “แพลตฟอร์ม” หมายถึง เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบหลังบ้าน และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่บริษัทใช้ในการให้บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง salmonexpressth.com และระบบ OrderX Webapp รวมทั้งช่องทางบริการลูกค้าผ่าน LINE Official Account, Facebook Page และ Messenger, Instagram Direct Message, X (Twitter) Direct Message และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อื่นของบริษัท

1.3 “บริการ” หมายถึง บริการที่บริษัทให้แก่ผู้ใช้บริการ รวมถึงบริการเสริมและบริการที่เกี่ยวเนื่องที่บริษัทอาจเพิ่มเติมในอนาคต

1.4 “ตัวแทนการจัดซื้อ” หมายถึง การที่บริษัทดำเนินการจัดซื้อสินค้าจากผู้ขายในประเทศต้นทางในนามของบริษัทเอง แต่เพื่อประโยชน์และตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ

1.5 “ผู้รับจัดการขนส่ง” หมายถึง การที่บริษัทรับจัดการขนส่งสินค้าจากประเทศต้นทางมายังประเทศไทย โดยจ้างผู้ขนส่งบุคคลภายนอก รวมถึงการดำเนินพิธีการศุลกากรและการจัดส่งภายในประเทศไทย

1.6 “ประเทศต้นทาง” หมายถึง ประเทศที่บริษัทดำเนินการจัดซื้อสินค้าและจัดส่งสินค้ามายังประเทศไทยตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ ซึ่งรวมถึงประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศอื่นที่บริษัทประกาศเพิ่มเติมเป็นครั้งคราวบนแพลตฟอร์ม

1.7 “ผู้ขายในประเทศต้นทาง” หมายถึง บุคคล นิติบุคคล หรือผู้ประกอบการในประเทศต้นทางที่ผู้ใช้บริการประสงค์ให้บริษัทดำเนินการจัดซื้อสินค้าด้วย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงผู้ขายบนเว็บไซต์ Mercari, ヤフオク! (Yahoo Auction), Rakuten, Taobao, Tmall, Amazon, eBay และเว็บไซต์อื่นที่บริษัทเชื่อมต่อ

1.8 “คำสั่งซื้อ” หมายถึง คำสั่งของผู้ใช้บริการให้บริษัทดำเนินการบริการ ซึ่งบริษัทยืนยันรับแล้ว

1.9 “กระเป๋าเงิน” หมายถึง บัญชีบันทึกยอดเงินรับล่วงหน้าในระบบ OrderX

1.10 “อัตราแลกเปลี่ยน” หมายถึง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างเงินเยนและเงินบาทที่บริษัทกำหนดและประกาศบนแพลตฟอร์มเป็นรายวัน

| 2. ลักษณะของบริการ

    บริษัทประกอบกิจการเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม อำนวยความสะดวกในการจัดซื้อและนำเข้าสินค้าจากประเทศต้นทางมายังประเทศไทย โดยดำเนินการในฐานะ “ตัวแทนการจัดซื้อ” และ/หรือ “ผู้รับจัดการขนส่ง” (Freight Forwarder) ของผู้ใช้บริการ ตามคำสั่งของผู้ใช้บริการเป็นรายธุรกรรม

    บริการที่บริษัทเสนอผ่านแพลตฟอร์ม ประกอบด้วย

(ก) บริการจัดซื้อสินค้าจากเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของผู้ขายในประเทศต้นทาง

(ข) บริการประมูลสินค้าผ่านระบบประมูลออนไลน์ในประเทศต้นทาง โดยอยู่ภายใต้บังคับของข้อกำหนดเฉพาะการประมูล (Auction Addendum) เพิ่มเติม

(ค) บริการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดในประเทศต้นทางตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ รวมถึงบริการโอนเงินภายในประเทศต้นทางเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของคำสั่งซื้อ

(ง) บริการรวบรวมสินค้า ตรวจรับ บรรจุหีบห่อ ณ คลังสินค้าของบริษัทหรือผู้รับจ้างของบริษัทในประเทศต้นทาง

(จ) บริการจัดการขนส่งระหว่างประเทศจากประเทศต้นทางมายังประเทศไทย ทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางรถยนต์ (สำหรับเส้นทางที่บริษัทเชื่อมต่อ) รวมถึงพิธีการศุลกากรและการจัดส่งภายในประเทศไทย

(ฉ) บริการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน การจัดทำเอกสารทางการบัญชี และการให้วงเงินสินเชื่อแก่ผู้ใช้บริการประเภทธุรกิจที่มีคุณสมบัติตามที่บริษัทกำหนด ภายใต้สัญญาวงเงินสินเชื่อแยกต่างหาก เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย บริษัทเป็นเพียงตัวกลางในการจัดหา จัดซื้อ และนำเข้าสินค้าจากประเทศต้นทางตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ และ

(ก) มิได้เป็น “ผู้ขาย” ของสินค้าที่ผู้ใช้บริการสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์ม

(ข) มิได้เป็น “ผู้นำเข้า” ในความหมายของกฎหมายศุลกากร เว้นแต่จะระบุไว้เป็นการเฉพาะในเอกสารพิธีการศุลกากร

(ค) มิได้เป็น “สถาบันการเงิน” หรือผู้ให้บริการระบบการชำระเงินภายใต้พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 การดำเนินการชำระเงินตามข้อ (ค) ข้างต้น เป็นการดำเนินการในฐานะตัวแทนของผู้ใช้บริการเป็นรายธุรกรรมเท่านั้น

(ง) มิได้เป็น “ผู้ขนส่ง” โดยตรง การให้บริการจัดการขนส่งระหว่างประเทศของบริษัทเป็นการรับจัดการขนส่งในฐานะผู้รับจัดการขนส่ง โดยบริษัทจะจ้างผู้ขนส่งบุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เช่น สายการบิน บริษัทขนส่งทางทะเล หรือบริษัทขนส่งทางรถยนต์ การขนส่งจริงของสินค้าอยู่ภายใต้บังคับของข้อกำหนดและเงื่อนไขของผู้ขนส่งบุคคลภายนอกที่บริษัทจ้าง บริษัทจะใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการเลือกผู้ขนส่ง แต่ไม่รับผิดในการกระทำหรือการละเลยของผู้ขนส่งบุคคลภายนอก เว้นแต่กรณีที่บริษัทได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการเลือกผู้ขนส่ง

    ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า สินค้าที่จัดซื้อผ่านแพลตฟอร์มเป็นสินค้าของผู้ขายในประเทศต้นทาง ซึ่งผู้ขายในประเทศต้นทางเป็นผู้รับผิดในคุณภาพและสภาพของสินค้าตามกฎหมายของประเทศต้นทางและเงื่อนไขการขายของผู้ขายแต่ละราย บริษัทไม่มีหน้าที่รับประกัน รับรอง หรือตรวจสอบคุณภาพ ความถูกต้องตามรายละเอียดที่ปรากฏ ความเป็นของแท้ รูปลักษณ์ภายนอก หรือคุณสมบัติเฉพาะของสินค้าใดที่แสดงในเว็บไซต์ของผู้ขายในประเทศต้นทาง เว้นแต่จะตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นอย่างอื่น

| 3. คุณสมบัติของผู้ใช้บริการและบัญชีผู้ใช้งาน

3.1 ผู้ใช้งานผู้เยาว์. หากผู้ใช้งานมีอายุน้อยกว่า 20 ปี หรือ “ยังไม่บรรลุนิติภาวะ” ท่านจะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน และบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมดังกล่าวต้องยอมรับข้อกำหนดนี้แทนผู้เยาว์ และรับผิดชอบต่อการกระทำทุกอย่างของผู้เยาว์บนแพลตฟอร์ม โดยการที่ท่านยอมรับและใช้บริการแพลตฟอร์มต่อไป ถือว่าท่านที่เป็นผู้เยาว์ได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมแล้วในการเข้าใช้บริการแพลตฟอร์ม และยอมรับเงื่อนไขของข้อกำหนดทุกประการ

3.2 การสมัครใช้บริการ การตอบรับ การปฏิเสธคำขอใช้บริการ. ผู้ใช้งานอาจขอใช้บริการที่นำเสนอในแพลตฟอร์มได้ โดยการทำคำขอใช้บริการต่อบริษัท ตามแบบและวิธีการที่บริษัทกำหนด โดยบริษัทมีสิทธิพิจารณาตอบรับคำขอผู้ใช้งาน หรือปฏิเสธคำขอดังกล่าวก็ได้ หากดุลพินิจของบริษัทหรือผู้ได้รับมอบหมายจากบริษัทเห็นว่าผู้ใช้งานไม่มีคุณสมบัติตามที่บริษัทกำหนด ไม่เหมาะสมกับการใช้บริการดังกล่าว มีข้อสงสัยว่าข้อมูลในคำขอดังกล่าวไม่เป็นความจริง หรือมีเหตุจำเป็นอื่นใด

3.3 สิทธิของบริษัทในการกำหนดผู้ใช้งาน. ในการใช้งานแพลตฟอร์ม บริษัทอาจจัดให้มีบัญชีผู้ใช้ของแต่ละผู้ใช้งาน ตามที่ผู้ใช้งานร้องขอในแต่ละคราว โดยที่บริษัทมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการอนุมัติเปิดบัญชีผู้ใช้ กำหนดประเภทบัญชีผู้ใช้ กำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของแต่ละประเภทบัญชีผู้ใช้ ค่าใช้จ่ายใด ๆ เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ หน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้ใช้งานซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้นั้น ๆ ทั้งนี้ ผู้ใช้งานตกลงจะเก็บรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน และข้อมูลใด ๆ ของตนไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด และตกลงจะไม่ยินยอมให้ รวมถึงตกลงจะใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้งานบัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้งาน

3.4 กรณีที่มีการใช้บัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้งานโดยบุคคลอื่น. ในกรณีที่มีการใช้บัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้งานโดยบุคคลอื่น ผู้ใช้งานตกลงและรับรองว่าการใช้งานโดยบุคคลอื่นดังกล่าวได้กระทำในฐานะตัวแทนของผู้ใช้งานและมีผลผูกพันเสมือนหนึ่งผู้ใช้งานเป็นผู้กระทำการเองทั้งสิ้น

3.5 การระงับบัญชี. ผู้ใช้งานตกลงยินยอมให้บริษัททำการระงับบัญชีเป็นการชั่วคราวหรือถาวรได้ หากมีกรณีดังต่อไปนี้

3.5.1 ผู้ใช้งานใช้เอกสารปลอม หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จในการลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้งาน รวมถึงการแจ้งข้อมูล หรือแสดงเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือแสดงเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนตามที่บริษัทร้องขอ หรือ

3.5.2 ผู้ใช้งานถึงแก่ความตาย หรือ

3.5.3 ผู้ใช้งานเป็นบุคคลที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด หรือถูกกล่าวหา หรือถูกสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย หรือ

3.5.4 บริษัทมีเหตุสงสัยว่าผู้ใช้งานกระทำความผิด หรือพยายามกระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนด หรือกระทำการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับบริษัท หรือบุคคลอื่นใด

ทั้งนี้ บริษัทไม่รับผิดชอบในความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดอันเนื่องมาจากการระงับ และ/หรือยกเลิกการใช้บริการดังกล่าว

3.6 ระยะเวลาการใช้บริการ. ผู้ใช้งานตกลงจะใช้บริการบนแพลตฟอร์มของบริษัท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่คำขอใช้บริการของผู้ใช้งานได้รับการตอบรับจากบริษัท ไปจนกว่าจะสิ้นสุดการให้บริการ หรือมีการยกเลิกการให้บริการโดยบริษัท หรือการบอกเลิกการใช้บริการโดยผู้ใช้งาน

| 4. ขั้นตอนการให้บริการ

4.1 การรับคำสั่งซื้อ. ผู้ใช้บริการสามารถส่งคำสั่งซื้อผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด ซึ่งรวมถึงระบบบนแพลตฟอร์ม LINE Official Account ของบริษัท หรือช่องทางอื่นที่บริษัทประกาศกำหนด คำสั่งซื้อจะมีผลผูกพันก็ต่อเมื่อบริษัทได้ยืนยันการรับคำสั่งซื้อแล้วผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด

4.2 การคำนวณราคา. บริษัทจะแจ้งประมาณการราคารวมในเงินบาทไทยให้ผู้ใช้บริการทราบก่อนการยืนยันคำสั่งซื้อ ซึ่งประกอบด้วย ค่าสินค้าตามที่ผู้ขายในประเทศต้นทางกำหนด ค่าบริการของบริษัท ค่าขนส่งภายในประเทศต้นทาง ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ค่าพิธีการศุลกากรและภาษีนำเข้า (ถ้ามี) และค่าขนส่งภายในประเทศไทย ราคารวมที่บริษัทแจ้งเป็นประมาณการเท่านั้น และอาจปรับเปลี่ยนตามน้ำหนักจริง ปริมาตรจริง หรือค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการดำเนินการ

4.3 การชำระเงิน. ผู้ใช้บริการชำระเงินตามคำสั่งซื้อผ่านกระเป๋าเงินหรือช่องทางการชำระเงินอื่นที่บริษัทกำหนด

4.4 การดำเนินการในประเทศต้นทาง. หลังจากยืนยันคำสั่งซื้อและรับชำระเงินแล้ว บริษัทจะดำเนินการจัดซื้อ ประมูล ชำระเงินให้ผู้ขายในประเทศต้นทาง และรวบรวมสินค้า ณ คลังสินค้าของบริษัทหรือผู้รับจ้างของบริษัทในประเทศต้นทาง

4.5 การจัดส่งระหว่างประเทศ. ผู้ใช้บริการเลือกวิธีการขนส่งระหว่างประเทศได้ระหว่างทางอากาศ (โดยประมาณ 5 (ห้า) – 10 (สิบ) วัน) และทางทะเล (โดยประมาณ 3 (สาม) ถึง 5 (ห้า) สัปดาห์) ระยะเวลาดังกล่าวเป็นเพียงประมาณการ และอาจล่าช้าจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท เช่น สภาพอากาศ การชะลอตัวของระบบศุลกากร หรือเหตุสุดวิสัย

4.6 พิธีการศุลกากร. บริษัทดำเนินพิธีการศุลกากรในนามของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบในความถูกต้องของข้อมูลสินค้าและค่าภาษีนำเข้าตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีที่สินค้าไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากรได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบและดำเนินการตามทางเลือกที่ผู้ใช้บริการระบุ ซึ่งอาจรวมถึงการส่งสินค้ากลับไปประเทศต้นทาง (โดยผู้ใช้บริการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย) การชำระค่าภาษีเพิ่มเติม หรือการทำลายสินค้า

4.7 การจัดส่งภายในประเทศไทย. บริษัทใช้บริการของผู้ขนส่งบุคคลภายนอกในการจัดส่งสินค้าถึงผู้ใช้บริการในประเทศไทย ระยะเวลาการจัดส่งและความเสียหายของสินค้าที่เกิดขึ้นในขั้นตอนนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของผู้ขนส่งบุคคลภายนอก

| 5. ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และอัตราแลกเปลี่ยน

5.1 บริษัทเรียกเก็บค่าบริการและค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ประกาศบนแพลตฟอร์มในขณะที่ผู้ใช้บริการส่งคำสั่งซื้อ บริษัทอาจปรับเปลี่ยนอัตราดังกล่าวเป็นครั้งคราว แต่การปรับเปลี่ยนจะใช้กับคำสั่งซื้อใหม่เท่านั้น และไม่กระทบคำสั่งซื้อที่บริษัทได้ยืนยันรับแล้ว

5.2 บริษัทกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทไทยและสกุลเงินต่างประเทศของประเทศต้นทาง (ซึ่งรวมถึงเงินเยน เงินหยวน เงินดอลลาร์สหรัฐ เงินปอนด์สเตอร์ลิง และสกุลเงินอื่นที่บริษัทรองรับ) เป็นรายวัน อัตราดังกล่าวเป็นอัตราภายในของบริษัทและอาจแตกต่างจากอัตราตลาดที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นใช้ ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า อัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทรวมส่วนต่างที่บริษัทเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนและความเสี่ยงในการดำเนินการแลกเปลี่ยนเงินตรา อัตราที่ใช้คำนวณคำสั่งซื้อ คือ อัตรา ณ เวลาที่บริษัทยืนยันรับคำสั่งซื้อ

| 6. การชำระเงินและกระเป๋าเงิน

6.1 ผู้ใช้บริการสามารถชำระเงินตามคำสั่งซื้อผ่าน (ก) กระเป๋าเงินที่ผู้ใช้บริการได้เติมเงินไว้ล่วงหน้า หรือ (ข) ช่องทางการชำระเงินอื่นที่บริษัทกำหนด เช่น การโอนเงินผ่านช่องทาง Payment Gateway ที่บริษัทเชื่อมต่อ

6.2 การหักยอดเงินคงเหลือเพื่อชำระหนี้ค้างชำระ

6.2.1 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการมีหนี้ค้างชำระแก่บริษัท อันได้แก่ ค่าสินค้า ค่าบริการ ค่าขนส่ง ค่าพิธีการศุลกากร ค่าภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ยผิดนัด หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่บริษัทได้ดำเนินการในนามของผู้ใช้บริการแล้วและยังมิได้รับชำระคืน ผู้ใช้บริการตกลงให้บริษัทมีสิทธิหักยอดเงินคงเหลือในกระเป๋าเงินของผู้ใช้บริการเพื่อชำระหนี้ดังกล่าวได้

6.2.2 ก่อนการหักยอดเงิน บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 (เจ็ด) วันผ่านช่องทางการติดต่อที่ผู้ใช้บริการได้ให้ไว้ โดยระบุจำนวนหนี้ที่ค้างชำระ รายการที่มาของหนี้ และวันที่บริษัทจะดำเนินการหักยอดเงิน เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วนที่หนี้นั้นถึงกำหนดชำระแล้ว และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการรอระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าจะทำให้บริษัทไม่สามารถเรียกชำระหนี้คืนได้

6.2.3 ผู้ใช้บริการมีสิทธิคัดค้านการหักยอดเงินตามข้อข้างต้นได้ก่อนวันที่กำหนดดำเนินการหักยอดเงิน หากการคัดค้านนั้นมีเหตุอันสมควรและมีหลักฐานประกอบ บริษัทจะระงับการหักยอดเงินจนกว่าจะมีการระงับข้อพิพาทดังกล่าว

6.2.4 หากยอดเงินคงเหลือในกระเป๋าเงินไม่เพียงพอที่จะหักชำระหนี้ทั้งจำนวน บริษัทจะหักได้เฉพาะส่วนที่มียอดเงินคงเหลืออยู่ และผู้ใช้บริการยังคงมีหนี้ส่วนที่เหลือต้องชำระแก่บริษัทตามข้อกำหนดเดิม

6.3 รายละเอียดเกี่ยวกับการเติมเงิน การใช้งาน การถอนเงิน และเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงิน ให้เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

| 7. การส่งมอบและความเสี่ยงในความสูญหายของสินค้า

7.1 กรรมสิทธิ์ในสินค้าที่บริษัทจัดซื้อจากผู้ขายในประเทศต้นทางโอนจากผู้ขายไปยังผู้ใช้บริการในขณะที่บริษัทชำระเงินเต็มจำนวนแก่ผู้ขาย โดยถือว่าบริษัทรับมอบสินค้าในนามและเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ

7.2 ความเสี่ยงในการสูญหายและความเสียหายของสินค้าโอนไปยังผู้ใช้บริการในขณะที่บริษัทส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ขนส่งระหว่างประเทศในประเทศต้นทาง (Free Carrier — FCA ณ ประเทศต้นทาง) ทั้งนี้ บริษัทจะใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการเลือกผู้ขนส่งและในการจัดทำเอกสารการขนส่ง

7.3 ในกรณีที่สินค้าสูญหายหรือเสียหายในระหว่างการขนส่งระหว่างประเทศ หรือในระหว่างที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทหรือผู้รับจ้างของบริษัท ผู้ใช้บริการต้องแจ้งให้บริษัททราบพร้อมหลักฐานสนับสนุน ภายในระยะเวลาดังต่อไปนี้

(ก) ภายใน 7 (เจ็ด) วันนับแต่วันที่ได้รับสินค้า ในกรณีที่สินค้าถึงมือผู้ใช้บริการแล้ว หรือ

(ข) ภายใน 30 (สามสิบ) วันนับแต่วันที่ควรได้รับสินค้าตามประมาณการระยะเวลา ในกรณีที่สินค้าไม่ถึงมือผู้ใช้บริการ

    เมื่อได้รับแจ้ง บริษัทจะประสานงานกับผู้ขนส่งบุคคลภายนอกและคลังสินค้าเพื่อตรวจสอบและเรียกร้องค่าเสียหายตามวงเงินรับผิดของผู้ขนส่ง และจะแจ้งผลให้ผู้ใช้บริการทราบภายในระยะเวลาอันสมเหตุสมผล ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการเลือกผู้ขนส่งหรือในการจัดการคลังสินค้า ความรับผิดของบริษัทให้เป็นไปตามข้อจำกัดความรับผิดในข้อกำหนดฉบับนี้

7.4 บริการคุ้มครองความเสียหายเพิ่มเติม (Carrier’s Liability Coverage) ผู้ใช้บริการอาจเลือกซื้อบริการคุ้มครองความเสียหายเพิ่มเติมของบริษัท ซึ่งบริษัทรับประกันการชดใช้ค่าเสียหายของสินค้าในกรณีที่สูญหายหรือเสียหายในระหว่างการขนส่งระหว่างประเทศหรือในระหว่างที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท ภายในวงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อรายการที่บริษัทประกาศกำหนด บริการนี้มิใช่กรมธรรม์ประกันภัย แต่เป็นการขยายความรับผิดตามสัญญาของบริษัทในฐานะผู้รับจัดการขนส่ง

| 8. การคืนเงิน

8.1 คำสั่งซื้อที่บริษัทได้ยืนยันรับและออกเลขคำสั่งซื้อแล้ว ถือเป็นที่สุด ผู้ใช้บริการไม่สามารถยกเลิกหรือขอคืนเงินได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่กรณีที่บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำสั่งซื้อให้สำเร็จได้ ดังต่อไปนี้ บริษัทจะคืนเงินให้แก่ผู้ใช้บริการ

  • บริษัทไม่สามารถจัดซื้อสินค้าตามคำสั่งซื้อของผู้ใช้บริการได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด รวมถึงกรณีที่ประมูลไม่สำเร็จ ผู้ขายในประเทศต้นทางยกเลิกคำสั่งซื้อ หรือสินค้าหมดสต็อก
  • สินค้าไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากรได้ และต้องส่งกลับหรือทำลาย
  • บริษัทยกเลิกบริการเอง ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

8.2 ในกรณีคืนเงินตามข้อ 8.1 บริษัทมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายที่บริษัทได้ดำเนินการไปแล้วตามจริง รวมถึงค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตรา ค่าธรรมเนียมพิธีการศุลกากร และค่าใช้จ่ายอื่นที่บริษัทได้ชำระไปแล้วและไม่อาจเรียกคืนจากบุคคลภายนอก โดยบริษัทจะแสดงรายการหักดังกล่าวให้ผู้ใช้บริการทราบ

8.3 ในกรณีปกติที่สินค้าได้รับการจัดส่งและส่งถึงผู้ใช้บริการครบถ้วนตามคำสั่งซื้อแล้ว ค่าบริการของบริษัท (รวมถึงค่าธรรมเนียมการจัดซื้อ ค่าขนส่ง และค่าธรรมเนียมพิธีการ) จะไม่ถูกคืน

8.4 การคืนเงินจะดำเนินการเข้ากระเป๋าเงินของผู้ใช้บริการ หรือเข้าบัญชีธนาคารต้นทางของผู้ใช้บริการตามที่บริษัทกำหนด

| 9. ข้อจำกัดในการใช้งาน

    ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่ใช้งานแพลตฟอร์มตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้

9.1 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย คำพิพากษาศาล หรือคำสั่งของรัฐบาล หรือหน่วยงานที่ใช้อำนาจรัฐ

9.2 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ ที่อาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือจารีตประเพณี

9.3 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร สิทธิในชื่อเสียง สิทธิส่วนบุคคล และสิทธิอื่นใดของบริษัท หรือบุคคลอื่น

9.4 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ ที่นำไปสู่การเก็บรวบรวม การเปิดเผยหรือการใช้ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

9.5 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ ที่รบกวนการทำงานของระบบแม่ข่าย ชุดคำสั่ง หรือระบบเครือข่ายของแพลตฟอร์ม

9.6 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการคัดลอก แก้ไข ทำวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse engineering) ถอดรหัส (decompile) หรือดัดแปลงระบบของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

9.7 ผู้ใช้งานจะไม่กระทำละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ของบริษัท ซึ่งรวมถึงการทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง ขายต่อ หรือใช้ประโยชน์อื่นใดจากส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของแพลตฟอร์มของบริษัท หรือของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

9.8 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่เข้าถึงระบบโดยมิชอบหรือแทรกแซงความปลอดภัยของระบบ หรือข้อมูลของผู้ใช้อื่น หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการแฮกระบบ หรือเนื้อหาของแพลตฟอร์ม โดยการแฮกรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การพยายามแทรกเนื้อหาที่เป็นอันตรายลงแพลตฟอร์ม การพยายามควบคุมระบบของแพลตฟอร์ม หรือหน้าต่างใด ๆ ของแพลตฟอร์ม และการแทรกโค้ดที่เป็นอันตรายลงในแพลตฟอร์ม ซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้งานบางคนไปยังหน้าที่เป็นอันตรายหรือเป็นสแปม

9.9 ผู้ใช้งานจะไม่ใช้ bot, script, หรือวิธีการอัตโนมัติอื่นใดในการเข้าถึง แสวงหาประโยชน์ หรือรวบรวมข้อมูลจากแพลตฟอร์ม

9.10 ผู้ใช้บริการตกลงไม่ใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ ดังต่อไปนี้

9.10.1 สั่งซื้อสินค้าที่ผิดกฎหมายไทย กฎหมายญี่ปุ่น หรือกฎหมายของประเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสินค้าต้องห้ามนำเข้า สินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ยาเสพติด อาวุธ วัตถุระเบิด สื่อลามกอนาจารผิดกฎหมาย สัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าตามอนุสัญญา CITES และสินค้าควบคุมการนำเข้าตามกฎหมาย

9.10.2 กระทำการฟอกเงิน หลีกเลี่ยงภาษีอากร หรือกระทำผิดอาญาอื่นใด

9.10.3 ใช้แพลตฟอร์มเป็นช่องทางในการรับชำระเงินหรือโอนเงินแทนบริการของบริษัท

9.10.4 แอบอ้างเป็นผู้อื่น ใช้ข้อมูลปลอม หรือสร้างบัญชีหลายบัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนด

9.10.5 สมรู้ร่วมคิดกับผู้ใช้บริการรายอื่น ผู้ขาย หรือผู้ขนส่ง เพื่อก่อความเสียหายแก่บริษัทหรือผู้ใช้บริการรายอื่น

9.11 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการอื่นใด ดังต่อไปนี้

9.11.1 จำหน่าย ให้เช่า ให้ยืม อนุญาตให้ใช้ หรือให้สิทธิการใช้งานแพลตฟอร์มของท่านแก่บุคคลอื่นไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม

9.11.2 บิดเบือนข้อมูลและ/หรือเนื้อหา ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เสื่อมเสียชื่อเสียงแก่บุคคลอื่น หรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จโดยเจตนา

9.11.3 กระทำการใด ๆ ซึ่งทำให้บริษัท และ/หรือผู้ที่เป็นเจ้าของ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในข้อพิพาท หรือข้อเรียกร้อง หรือกระทำการอื่นใดที่บริษัทพิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม ทำให้บริษัท และ/หรือเจ้าของร่วมในเนื้อหา เสื่อมเสียชื่อเสียง และ/หรือได้รับความเสียหาย

9.11.4 ขัดขวางการดำเนินงานของการใช้งาน และ/หรือให้บริการแพลตฟอร์ม

| 10. การเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน

    ในการใช้งานแพลตฟอร์ม ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงให้บริษัทมีสิทธิจัดเก็บ ประมวลผล นำไปใช้ประโยชน์ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานที่ผู้ใช้งานให้ไว้แก่บริษัท อันได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

  • ชื่อ-นามสกุล
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • อีเมล
  • ที่อยู่
  • บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีสื่อสังคมออนไลน์
  • อื่น ๆ ตามที่ปรากฏในเอกสารนโยบายความเป็นส่วนตัว

    โดยที่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานจะถูกนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ในการใช้งานแพลตฟอร์ม และดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมใด ๆ ของแพลตฟอร์ม

    โดยที่ผู้ใช้งานมีสิทธิเข้าถึง ลบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง โอนย้าย ปฏิเสธ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ไว้แก่บริษัทได้ และไม่ว่าเวลาใด ผู้ใช้งานอาจถอนความยินยอมการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานดังกล่าวได้ตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือสิทธิของบริษัท

    ในกรณีที่บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานออกใช้ประโยชน์ บริษัทตกลงจะใช้ข้อมูลดังกล่าว ตราบเท่าที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ความเดือดร้อนและความรำคาญแก่เจ้าของข้อมูล และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลภายนอกในลักษณะที่อาจระบุตัวตนของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลได้ เว้นแต่เป็นการใช้และเปิดเผยตามที่ได้รับความยินยอม ตามที่กฎหมายกำหนด หรือโดยคำสั่งของหน่วยงานที่บังคับใช้อำนาจของรัฐ ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถศึกษานโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ที่ https://services.japanshippings.com/terms-and-agreements

| 11. คำรับรองและหน้าที่ของผู้ใช้งาน

    ในการใช้งานแพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานมีหน้าที่และให้คำรับรองต่อบริษัทว่าจะใช้ความพยายามอย่างที่สุดเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ใช้งานและตลอดจนเงื่อนไขของข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

11.1 ผู้ใช้งานได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่าง ๆ แห่งข้อกำหนดฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว และโดยในการเข้าเยี่ยมชม ใช้งานแพลตฟอร์ม ผู้ใช้งานตกลงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้แล้วทั้งสิ้น

11.2 ผู้ใช้งานเข้าใจและรับทราบดีว่าข้อกำหนดฉบับนี้เป็นสัญญาฉบับหนึ่งซึ่งมีผลผูกพันและสามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมายระหว่างบริษัทและผู้ใช้งาน

11.3 ผู้ใช้งานจะดำเนินการใด ๆ อันจำเป็นและสมควร ให้พนักงานของผู้ใช้งาน ผู้รับจ้างช่วง ผู้ช่วย ที่ปรึกษา หรือตัวแทนใด ๆ ของผู้ใช้งาน (ถ้ามี) ปฏิบัติตามข้อกำหนดฉบับนี้โดยเคร่งครัดด้วย

11.4 ในกรณีที่มีบุคคลอื่นใช้สิทธิเรียกร้องหรือมีข้อเรียกร้องต่อผู้ใช้งาน หรือผู้ใช้งานถูกฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับหรือมีสาเหตุมาจากการใช้งานแพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานจะยุติข้อเรียกร้องด้วยค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบของผู้ใช้งานเอง และผู้ใช้งานตกลงจะปกป้องด้วยความพยายามอย่างที่สุดไม่ให้บริษัทเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติข้อเรียกร้องดังกล่าว

11.5 ในกรณีที่บริษัทต้องรับผิดในค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหรือมีสาเหตุมาจากการใช้งานแพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานตกลงจะชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่บริษัทโดยสิ้นเชิง

| 12. ค่าบริการและการชำระเงิน

12.1 รูปแบบค่าบริการ. บริษัทคิดค่าบริการแพลตฟอร์มเป็นรายคำสั่งซื้อเป็นหลัก ตามอัตราที่ประกาศบนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทมีรูปแบบแพ็คเกจหรือแผนบริการแบบรายเดือน รายปี หรือแบบอื่นใดเพิ่มเติม บริษัทจะประกาศรายละเอียดอัตราค่าบริการผ่านหน้าเว็บไซต์หรือช่องทางอย่างเป็นทางการของบริษัท และผู้ใช้งานตกลงที่จะชำระค่าบริการตามรูปแบบ แพ็คเกจ หรือแผนบริการที่เลือกไว้ ณ เวลาที่สมัครใช้บริการ หรือภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงแผนการใช้งาน

12.2 ค่าธรรมเนียมการดำเนินการอื่น. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมการยืนยันตัวตน หรือค่าบริการเชื่อมต่อระบบ เป็นต้น ทั้งนี้ เป็นไปตามที่บริษัทประกาศใช้ในแต่ละคราว

12.3 เงื่อนไขการชำระเงิน. ผู้ใช้งานต้องชำระค่าบริการตามที่ครบกำหนดก่อนเริ่มการใช้บริการในแต่ละครั้งหรือแต่ละรอบบัญชี (แล้วแต่รูปแบบที่เลือก) โดยสามารถชำระผ่านวิธีการชำระเงินที่บริษัทรองรับ เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต การโอนเงินผ่านธนาคาร หรือวิธีอื่นใดที่บริษัทแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ การชำระเงินให้ถือว่าเสร็จสมบูรณ์เมื่อบริษัทได้รับเงินเข้าบัญชีโดยถูกต้อง

12.4 ภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียมอื่น. ค่าบริการที่แสดงบนแพลตฟอร์มหรือเอกสารประกอบใด ๆ ให้ถือว่า “ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม” (VAT) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น หากกฎหมายกำหนดให้มีการเรียกเก็บภาษีอื่นใดเพิ่ม ผู้ใช้งานตกลงที่จะเป็นผู้รับผิดชอบชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าธรรมเนียม หรือภาษีอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการทั้งสิ้น

12.5 ความล่าช้าในการชำระเงิน. ในกรณีที่ผู้ใช้งานชำระค่าบริการล่าช้าหรือไม่ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด บริษัทสงวนสิทธิ์ในการ

12.5.1 ระงับการให้บริการชั่วคราวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และ/หรือ

12.5.2 เรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราตามที่กฎหมายกำหนดของยอดที่ค้างชำระ รวมทั้งอาจดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกให้ชำระหนี้ตามที่เห็นสมควร

12.6 การไม่คืนเงิน (No Refund Policy). ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่า ค่าบริการ (ประเภทค่าสมาชิก/แพ็คเกจ) ที่ได้ชำระแล้วจะไม่สามารถขอคืนได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน รวมถึงในกรณีที่ผู้ใช้งานยกเลิกการใช้บริการก่อนสิ้นสุดรอบระยะเวลาการใช้งาน เว้นแต่บริษัทจะพิจารณาเห็นสมควรโดยดุลพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว

12.7 การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ. บริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการตามความเหมาะสม โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้าก่อนที่อัตราค่าบริการใหม่จะมีผลใช้บังคับ หากผู้ใช้ยังคงใช้บริการหลังจากมีการปรับเปลี่ยนอัตราดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ใช้ตกลงยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยปริยาย แต่ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการจะไม่กระทบกับรูปแบบ แพ็คเกจ หรือแผนบริการของรอบการใช้งานที่ผู้ใช้งานได้ชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว

| 13. การปฏิบัติผิดข้อกำหนดของผู้ใช้งาน

    ในกรณีที่ผู้ใช้งานฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับนี้ คำรับรองของผู้ใช้งานที่ให้ไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้ หรือแนวทางปฏิบัติใด ๆ ที่บริษัทได้แจ้งให้ผู้ใช้งานทราบไม่ว่าโดยทั่วไปหรือโดยเฉพาะเจาะจง หรือผู้ใช้งานกระทำการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่แพลตฟอร์ม บริษัท ผู้ใช้งานรายอื่น ๆ หรือบุคคลภายนอก ตลอดจนผู้ใช้งานกระทำการใด ๆ ที่บริษัทพิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสม เช่นนี้ผู้ใช้งานตกลงว่า บริษัทอาจดำเนินการดังต่อไปนี้ โดยดุลพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว ในการระงับการใช้แพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน ภายในระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง โดยจะมีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ก็ได้ และ/หรือยกเลิกสิทธิการใช้หรือการเข้าถึงแพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

    ในกรณีที่บริษัทระงับการใช้งานหรือยกเลิกสิทธิการใช้ หรือการเข้าถึงแพลตฟอร์มตามข้อกำหนดฉบับนี้ ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่า บริษัทไม่มีความรับผิดสำหรับความสูญเสีย ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ความรับผิด ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าวตามข้อกำหนดฉบับนี้

| 14. ความพร้อมใช้งานของแพลตฟอร์ม

    ผู้ใช้งานตกลงและทราบดีว่า บริษัทอาจระงับการใช้งานแพลตฟอร์ม ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ไม่ว่าเป็นการชั่วคราวหรือถาวร โดยไม่มีหน้าที่ต้องชดเชยความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้งาน ในกรณีดังต่อไปนี้

14.1 การบำรุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเปิดให้ใช้งานแพลตฟอร์ม อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การบำรุงรักษาระบบแม่ข่าย (Server Maintenance)

14.2 การปรับปรุงและพัฒนาระบบชุดคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการเปิดให้ใช้งานแพลตฟอร์ม อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การปรับปรุงชุดคำสั่งของแพลตฟอร์ม (Update) และการปรับปรุงชุดคำสั่งของระบบ

14.3 เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือระบบชุดคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการเปิดให้ใช้งานแพลตฟอร์มไม่สามารถใช้งานได้ อันเนื่องมาจากเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือระบบชุดคำสั่งนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในความครอบครองของบริษัท หรือบุคคลภายนอกก็ตาม

14.4 ความไม่สามารถใช้งานแพลตฟอร์มได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนจากปัจจัยภายนอกที่บริษัทไม่อาจควบคุมได้ รวมถึงปัญหาการใช้งานที่เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มภายนอก

14.5 เหตุสุดวิสัย อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ระบบไฟฟ้าขัดข้อง ระบบติดต่อสื่อสารขัดข้อง อุบัติเหตุ อุบัติภัย เพลิงไหม้ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน การบังคับใช้หรือเปลี่ยนแปลงกฎหมาย คำสั่งของรัฐบาล (โปรดดูข้อ 16.9 ประกอบ)

| 15. แพลตฟอร์มภายนอก

15.1 เนื้อหาของบุคคลภายนอก. เพื่อการให้บริการแพลตฟอร์ม บริษัทอาจเชื่อมต่อเนื้อหา หรือระบบส่วนหนึ่งส่วนใดของแพลตฟอร์มไปยังเว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มภายนอก ซึ่งผู้ใช้งานรับทราบว่าบริษัทไม่สามารถควบคุมแพลตฟอร์มภายนอกได้ เช่นนี้ผู้ใช้งานตกลงว่าบริษัทไม่ได้รับรองหรือตรวจสอบเนื้อหาหรือนโยบายความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์มภายนอกนั้น โดยที่บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบ หรือมีความรับผิดเกี่ยวกับความสูญเสียหรือความเสียหายที่ผู้ใช้งานได้รับ เนื่องจากการเข้าถึงและการใช้งานแพลตฟอร์มภายนอกนั้น

15.2 การผสานเนื้อหากับแพลตฟอร์มภายนอก. แพลตฟอร์มมีความจำเป็นที่จะต้องผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มภายนอกหลายกิจกรรม ดังนั้น การเข้าถึงและการใช้งานแพลตฟอร์มภายนอกอาจจำเป็นต้องมีการยอมรับข้อกำหนดในการให้บริการและนโยบายความเป็นส่วนตัวที่บังคับใช้กับแพลตฟอร์มภายนอกเหล่านั้น (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ข้อกำหนดของแพลตฟอร์มภายนอก”) ท่านมีหน้าที่ในการอ่านและทำความเข้าใจข้อกำหนดของแพลตฟอร์มภายนอกก่อนที่จะเข้าถึงหรือใช้งานแพลตฟอร์มภายนอกใด ๆ ท่านรับทราบและตกลงว่าบริษัทไม่ต้องรับผิดสำหรับสิ่งใด ๆ จากแพลตฟอร์มภายนอกของบุคคลที่สาม ทั้งนี้ ท่านรับทราบและตกลงเพิ่มเติมว่า บริษัทอาจทำการระงับ จำกัด หรือปิดกั้นการเข้าถึง หรือลบแพลตฟอร์มภายนอกออกจากบริการแพลตฟอร์มได้ตลอดเวลาและตามดุลยพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว โดยที่บริษัทไม่ต้องมีความรับผิดใด ๆ ต่อผู้ใช้งาน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการสูญเสียผลกำไร รายได้ ข้อมูล ค่าความนิยม หรือความเสียหายที่จับต้องไม่ได้อื่น ๆ

| 16. การจำกัดความรับผิด

16.1 การให้บริการตามสภาพ (As-Is Basis). ผู้ใช้งานรับทราบและยอมรับว่า แพลตฟอร์มและบริการต่าง ๆ ที่บริษัทจัดให้ผ่านระบบดังกล่าว ถูกจัดหาให้ “ตามสภาพที่เป็นอยู่” (“As Is”) และ “ตามที่สามารถจัดหาได้” (“As Available”) โดยไม่มีการรับประกันไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายในทุกประการจากบริษัทว่าแพลตฟอร์มจะปราศจากข้อบกพร่อง ไวรัส การขัดข้องทางเทคนิค หรือการเข้าถึงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนไม่รับรองว่าการใช้งานจะปลอดภัย ไม่หยุดชะงัก หรือปราศจากความผิดพลาดใด ๆ

16.2 การไม่รับประกัน. ผู้ใช้งานตกลงและทราบดีว่า ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดในข้อกำหนดฉบับนี้ หรือภายในแพลตฟอร์ม ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายที่บริษัทจะ

16.2.1 รับประกัน ความเสถียร ความเชื่อถือได้ ความแม่นยำ ความสมบูรณ์ ประสิทธิผล ความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์โดยเฉพาะเจาะจงของผู้ใช้งาน ความปลอดภัย ข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์ม

16.2.2 รับผิดชอบค่าเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานในการใช้แพลตฟอร์ม อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ความเสียหายต่ออุปกรณ์ ระบบ ที่ผู้ใช้งานใช้ในการใช้งานแพลตฟอร์ม หรือการสูญหายของข้อมูลหรือเนื้อหาของผู้ใช้งาน สิทธิและชื่อเสียงของผู้ใช้งาน ยกเว้นความเสียหายดังกล่าวเกิดจากการกระทำโดยเจตนาหรือการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท

16.2.3 รับผิดชอบค่าเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ใช้งานเอง ไม่ว่าผู้ใช้งานจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม

16.2.4 รับผิดชอบค่าเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของบุคคลภายนอก อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การกระทำของผู้ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล (Hacker) อาชญากรคอมพิวเตอร์

16.3 การจำกัดความรับผิดจากผู้ให้บริการภายนอก. เนื่องด้วยบริษัทไม่มีหน้าที่ในการควบคุม ตรวจสอบ หรือรับรองพฤติกรรมหรือการกระทำใด ๆ ของผู้ขาย ผู้จัดส่ง ผู้ให้บริการบุคคลภายนอก หรือผู้ใช้งานรายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้แพลตฟอร์ม ซึ่งผู้ใช้งานตกลงที่จะใช้ดุลยพินิจและความรอบคอบในการติดต่อหรือทำธุรกรรมใด ๆ กับบุคคลภายนอก โดยบริษัทจะไม่รับผิดและผู้ใช้งานจะไม่เรียกร้องให้บริษัทรับผิดในความเสียหายใดอันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับ

16.3.1 การกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือเจตนาไม่สุจริตของบุคคลภายนอก

16.3.2 การละเมิดสิทธิของผู้บริโภคโดยผู้ขายหรือผู้ให้บริการอื่น ๆ

16.3.3 การจัดส่งที่ล่าช้า สูญหาย หรือไม่ครบถ้วนโดยผู้ให้บริการขนส่ง หรือ

16.3.4 ข้อมูลหรือเนื้อหาที่เผยแพร่โดยบุคคลภายนอกในระบบของบริษัท

16.4 การจำกัดความรับผิด. ภายใต้ขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต บริษัท รวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตัวแทน บริษัทในเครือ และผู้ให้บริการภายนอกของบริษัท จะไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายโดยตรง ความเสียหายโดยอ้อม ความเสียหายพิเศษ ความเสียหายเชิงลงโทษ หรือความเสียหายต่อเนื่องใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเสียหายจากการสูญเสียธุรกิจ การสูญเสียกำไร การสูญเสียการใช้งาน การสูญเสียข้อมูล หรือการสูญเสียสิ่งที่จับต้องไม่ได้อื่นใด อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการใช้หรือการไม่สามารถใช้แพลตฟอร์มหรือบริการของบริษัท ความล่าช้าในการประมวลผลคำสั่งซื้อ การสูญหายของข้อมูล การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือเหตุอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทจะได้รับแจ้งถึงความเป็นไปได้ของความเสียหายดังกล่าวหรือไม่

16.5 ข้อจำกัดความรับผิดรวมสูงสุด. หากบริษัทต้องรับผิดไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ภายใต้ข้อกำหนดฉบับนี้ ความรับผิดรวมสูงสุดของบริษัทจะไม่เกินจำนวนเงินค่าบริการที่ผู้ใช้งานได้ชำระให้แก่บริษัทภายในระยะเวลา 12 (สิบสอง) เดือนย้อนหลังจากวันที่เกิดเหตุความรับผิดนั้น

16.6 การสละสิทธิเรียกร้อง. ในกรณีที่บริการของบริษัทเกิดความผิดพลาด ล่าช้า หรือไม่สามารถให้บริการได้ ไม่ว่าด้วยเหตุประการใด ผู้ใช้งานตกลงสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากบริษัทอันเนื่องมาจากข้อบกพร่องดังกล่าว

16.7 ความสูญหายของข้อมูลหรืออุปกรณ์. บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญหายหรือเสียหายใด ๆ ต่อข้อมูล เนื้อหา หรืออุปกรณ์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม อันเกิดจากการใช้งานแพลตฟอร์มหรือบริการ

16.8 ความรับผิดจากการกระทำของผู้ใช้งาน. บริษัทไม่มีส่วนรู้เห็น มีส่วนร่วม หรือให้การสนับสนุนในการกระทำการใด ๆ ของผู้ใช้งาน อันเกี่ยวกับการใช้บริการ ซึ่งหากผู้ใช้งานได้กระทำการใดอันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และ/หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผู้ใช้งานตกลงรับผิดชอบต่อการกระทำ และ/หรือความเสียหายต่อบุคคลภายนอกหรือผู้ที่ได้รับความเสียหายเองโดยตรงทั้งสิ้น

16.9 เหตุสุดวิสัย (Force Majeure). บริษัทจะไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย ความสูญเสีย หรือความล่าช้าใด ๆ อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมโดยสมเหตุสมผลของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ภัยธรรมชาติ ภัยสงคราม การจลาจล การนัดหยุดงาน ไฟไหม้ น้ำท่วม การระบาดของโรค การกระทำของหน่วยงานภาครัฐ การระงับระบบเครือข่าย หรือเหตุการณ์อื่นใดที่ไม่อาจคาดหมายหรือควบคุมได้โดยบริษัท ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิที่จะระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราวหรือถาวรโดยไม่ต้องรับผิดในกรณีดังกล่าว

| 17. ทรัพย์สินทางปัญญา

17.1 กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา. ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่า แพลตฟอร์ม ระบบ โค้ดซอฟต์แวร์ รูปภาพ เสียง วิดีโอ ข้อความ เครื่องหมายการค้า โลโก้ งานออกแบบ รูปแบบการจัดวางหน้าเว็บ เนื้อหา และองค์ประกอบอื่นใดที่ปรากฏบนแพลตฟอร์ม (“ทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท”) ทั้งที่มีการคุ้มครองตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม เป็นสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของบริษัท และ/หรือผู้ให้อนุญาตใช้สิทธิแก่บริษัท โดยผู้ใช้งานจะไม่มีสิทธิครอบครอง ใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ จำหน่าย หรือกระทำการใด ๆ กับทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าว เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทล่วงหน้าเท่านั้น

17.2 การอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบจำกัด. บริษัทอาจอนุญาตให้ผู้ใช้งานใช้แพลตฟอร์มและบริการที่เกี่ยวข้องได้ภายใต้สิทธิการใช้งานแบบไม่เฉพาะเจาะจง (non-exclusive) ไม่สามารถถ่ายโอนสิทธิ (non-transferable) และเพิกถอนเมื่อใดก็ได้ (revocable) เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้แพลตฟอร์มตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้เท่านั้น ทั้งนี้ การอนุญาตดังกล่าวไม่ถือเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ แก่ผู้ใช้งาน

17.3 ข้อมูลและเนื้อหาที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้น. ผู้ใช้งานตกลงและรับรองว่า ข้อมูลหรือเนื้อหาทั้งหมดที่ผู้ใช้งานอัปโหลด ส่ง หรือเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เสียง หรือข้อมูลอื่นใด (“เนื้อหาของผู้ใช้งาน”) จะต้องไม่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลภายนอก หากบริษัทได้รับข้อร้องเรียนหรือการเรียกร้องจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับการละเมิดดังกล่าว บริษัทสงวนสิทธิ์ในการลบเนื้อหานั้นโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และผู้ใช้งานจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บริษัทโดยตรงและโดยอ้อมแต่เพียงผู้เดียว

| 18. ข้อกำหนดอื่น

18.1 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา: โดยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำข้อกำหนดฉบับนี้ ไม่ทำให้คู่สัญญาและพนักงานของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย มีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นลูกจ้าง ตามกฎหมายแรงงาน หรือเป็นหุ้นส่วนกัน ตามกฎหมายหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด

18.2 การโอนสิทธิ: เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในข้อกำหนดฉบับนี้ ผู้ใช้งานตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามข้อกำหนดฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทเป็นการล่วงหน้า

18.3 การสละสิทธิ: การที่บริษัทไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าบริษัทสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่บริษัทใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย

18.4 ความเป็นที่สุดของข้อกำหนด: ข้อกำหนดฉบับนี้เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใด ๆ ที่ได้ทำก่อนวันที่ทำข้อกำหนดฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดฉบับนี้ ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในข้อกำหนดฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในข้อกำหนดฉบับนี้บังคับ

18.5 การแยกส่วนของข้อกำหนด: หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในข้อกำหนดฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่น ๆ ในข้อกำหนดฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในข้อกำหนดฉบับนี้

18.6 กฎหมายที่ใช้บังคับ และการระงับข้อพิพาท: ข้อกำหนดฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายของประเทศไทย หากมีข้อโต้เถียง ข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากข้อกำหนดฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลในประเทศไทย

ส่วนที่ 4 — เงื่อนไขและข้อตกลงการใช้บริการ

SALMON EXPRESS | บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด (OrderX Co., Ltd.)

เวอร์ชัน 1.5 | ปรับปรุงล่าสุด: 05 สิงหาคม 2569

| 1. บทนำและคำจำกัดความ

1.1 ข้อตกลงนี้จัดทำขึ้นระหว่างผู้ใช้บริการ (“ลูกค้า”) กับ บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ SALMON EXPRESS ซึ่งให้บริการเป็นตัวกลางในการจัดซื้อ ประสานงาน และจัดส่งสินค้าจากต่างประเทศมายังประเทศไทย

1.2 การใช้บริการใด ๆ ของบริษัท ถือว่าลูกค้าได้อ่าน เข้าใจ และตกลงยอมรับข้อกำหนดทั้งหมดในเอกสารฉบับนี้โดยสมบูรณ์

1.3 คำจำกัดความ เว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในข้อตกลงนี้ คำดังต่อไปนี้ให้มีความหมายดังนี้

“สินค้า” หมายถึง สินค้าหรือพัสดุที่ลูกค้าสั่งซื้อ ฝากส่ง หรือจัดส่งผ่านการให้บริการของบริษัท ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม

“บริการ” หมายถึง การให้บริการใด ๆ ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ ประสานงาน จัดส่ง นำเข้า หรือเก็บรักษาสินค้าจากต่างประเทศมายังประเทศไทย รวมถึงบริการเสริมอื่น ๆ ที่บริษัทจัดให้

“โกดัง” หมายถึง คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า หรือสถานที่จัดเก็บสินค้าของบริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่กำหนดให้ใช้สำหรับรับ ฝาก หรือจัดส่งสินค้า

“ค่าบริการ” หมายถึง ค่าธรรมเนียม ค่าขนส่ง ค่าเก็บรักษา หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ลูกค้าต้องชำระให้แก่บริษัทอันเกิดจากการใช้บริการตามข้อตกลงนี้

| 2. ขอบเขตและข้อจำกัดของบริการ

2.1 บริษัทเป็นเพียงตัวกลางในการจัดหา จัดซื้อ และนำเข้าสินค้า ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ขายสินค้าโดยตรง

2.2 บริษัทไม่มีหน้าที่รับประกันคุณภาพสินค้า ความตรงปก รูปลักษณ์ หรือรายละเอียดของสินค้าใด ๆ ที่แสดงในเว็บไซต์ของร้านค้าต่างประเทศ และไม่ถือเป็นหน้าที่ของบริษัทในการตรวจสอบหรือรับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว

2.3 บริษัทให้บริการตามข้อมูลที่ลูกค้าระบุมา หากข้อมูลหรือรายละเอียดไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อการดำเนินการ และบริษัทไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นได้

2.4 การเลือกซื้อหรือทำธุรกรรมกับผู้ขายหรือร้านค้าในต่างประเทศดังกล่าว เป็นความเสี่ยงของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว และลูกค้าไม่สามารถเรียกร้องให้บริษัทรับผิดชอบหรือชดใช้ความเสียหาย ข้อพิพาท หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ อันเกิดจากการซื้อขายสินค้าผ่านร้านค้าภายนอกได้

2.5 หากเกิดปัญหากับสินค้า บริษัทจะช่วยติดต่อประสานงานกับผู้ขายหรือร้านค้าในต่างประเทศตามความเหมาะสม แต่ไม่สามารถรับประกันผลของการประสานงาน และไม่รับผิดชอบแทนผู้ขายในทุกกรณี

2.6 หากทางผู้ขายมีการแจ้งให้ส่งสินค้าคืน บริษัทอาจพิจารณาดำเนินการช่วยจัดส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขความพร้อม และการพิจารณาเป็นกรณีไป ทั้งนี้หากดำเนินการได้ จะมีค่าใช้จ่ายและรายละเอียดดังนี้

  • ค่าจัดส่งจากคลังสินค้าไทยไปยังผู้ดำเนินการจัดส่งคืนสินค้า: คิดตามอัตราปกติ
  • ค่าจัดส่งจากไทยไปประเทศต้นทางและค่าภาษี (ถ้ามี): คิดตามน้ำหนัก โดยมีอัตราเริ่มต้นที่ 450 บาทต่อกิโลกรัม (สำหรับปลายทางประเทศญี่ปุ่น) หรืออาจมีการปรับราคาเป็นกรณีเฉพาะตามดุลยพินิจของบริษัท
  • ค่าจัดส่งภายในประเทศปลายทาง (ถ้ามี): คิดตามอัตราจริงของบริษัทขนส่ง (เช่น Yamato) บริษัทจะทำการเรียกเก็บค่าบริการทั้งหมดหลังจากได้รับพัสดุที่คลังสินค้าไทยเรียบร้อยแล้ว

    หมายเหตุ: ค่าจัดส่งจากประเทศต้นทางมาไทย สำหรับสินค้าที่เสียหายหรือส่งผิด ลูกค้ายังคงต้องชำระตามกระบวนการปกติ

| 3. เงื่อนไขการสั่งซื้อ

3.1 เมื่อลูกค้าได้ทำการชำระเงินในส่วนของค่าสินค้า และมีการออกเลขคำสั่งซื้อแล้ว ถือว่าคำสั่งซื้อนั้นสำเร็จและสิ้นสุด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ยกเลิก หรือขอคืนเงินได้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ เว้นแต่กรณีที่บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำสั่งซื้อให้สำเร็จได้ (เช่น จัดซื้อไม่สำเร็จ ประมูลไม่ได้ สินค้าหมดสต็อก ผู้ขายยกเลิกคำสั่งซื้อ หรือบริษัทยกเลิกบริการเอง) ซึ่งบริษัทจะคืนเงินส่วนที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงให้แก่ลูกค้า

3.2 การสั่งซื้อสินค้าผ่านบริษัทจะต้องแจ้งผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ เช่น แชททาง Line, Facebook หรือ Instagram ของบริษัทเท่านั้น

3.3 ลูกค้าต้องตรวจสอบรายละเอียดสินค้า คำอธิบาย คะแนนร้านค้า และยอมรับความเสี่ยงจากการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศด้วยตนเอง

3.4 นโยบายเกี่ยวกับการยื่นขอคืนภาษี (TAX-FREE)

    มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ตามข้อกำหนดของกฎหมายประเทศญี่ปุ่น การยื่นขอคืนภาษี (TAX-FREE) สามารถดำเนินการได้เฉพาะกรณีที่ผู้ซื้อนำสินค้าออกจากประเทศญี่ปุ่นด้วยตนเองเท่านั้น ดังนั้น ลูกค้าที่ใช้บริการฝากสั่งซื้อสินค้าและฝากส่งสินค้ากลับประเทศไทย จะไม่มีสิทธิ์ยื่นขอคืนภาษีในทุกกรณี เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ขนย้ายสินค้าออกนอกประเทศด้วยตนเอง

    โปรดตรวจสอบความเข้าใจให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการใช้บริการ เพื่อป้องกันปัญหาการร้องขอคืนภาษีย้อนหลัง และความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

| 4. รหัสลูกค้าและการส่งสินค้าไปคลังสินค้า

4.1 ลูกค้าต้องขอรับรหัสลูกค้า (USER ID) จากเจ้าหน้าที่ของบริษัทก่อนส่งสินค้าเข้าคลังสินค้า

4.2 ต้องระบุรหัสลูกค้าบนกล่องพัสดุทุกใบที่ส่งมายังคลังสินค้าของบริษัทในต่างประเทศอย่างชัดเจน ถูกต้อง เป็นจริง หากไม่ระบุ บริษัทอาจไม่สามารถระบุตัวตนและไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้า หรือการสูญหายของพัสดุ

4.3 ลูกค้าต้องแจ้งรายการนำเข้าสินค้าให้เจ้าหน้าที่ของบริษัททราบก่อนที่พัสดุจะมาถึง หากไม่มีข้อมูลที่ตรงกับพัสดุ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบหากเกิดความเสียหายหรือสูญหาย

| 5. ความเสียหาย ชำรุด หรือสูญหาย

5.1 ลูกค้าต้องตรวจสอบสินค้าเมื่อได้รับการแจ้งเตือนชำระยอดค่าขนส่งในไทย (เช่น KEX, EMS) และแจ้งปัญหาให้บริษัทรับทราบภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่ายอมรับสินค้าโดยสมบูรณ์

5.2 บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายจากการบรรจุหีบห่อที่ไม่เหมาะสม ลูกค้าอาจขอใช้บริการตีลังไม้หรือเสริมบรรจุภัณฑ์ล่วงหน้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

5.3 หากลูกค้าซื้อประกันสินค้า (คิด 5% ของมูลค่าสินค้าที่ต้องการคุ้มครอง) บริษัทจะรับผิดชอบเฉพาะกรณีสูญหาย ตามมูลค่าที่ได้ระบุไว้ในการประกัน โดยการเรียกร้องหรือเคลมประกันดังกล่าวจะต้องดำเนินการผ่านบริษัทประกันภัย และเป็นไปตามข้อกำหนด เงื่อนไข และวิธีการเคลมของบริษัทประกันภัยนั้น ๆ บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ นอกเหนือจากเงื่อนไขการคุ้มครองของกรมธรรม์การประกัน และเป็นไปตามข้อกำหนดที่สามารถเคลมประกันได้เท่านั้น

5.4 สินค้าประเภทพิเศษ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุเปราะบาง หรือสินค้าควบคุม ต้องแยกบรรจุและแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้า มิฉะนั้นบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าขนส่งในเรทพิเศษ หรือไม่รับผิดชอบความเสียหายหรือสูญหายใด ๆ

5.5 บริษัทไม่แนะนำให้ลูกค้าส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เงินสด เครื่องประดับ ทอง เพชร หรือสินค้าที่มีมูลค่าเฉพาะตัวสูง ลูกค้าต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้า พร้อมทั้งแสดงรายการและราคาให้ชัดเจน เพื่อให้บริษัทพิจารณาให้บริการและจัดเตรียมมาตรการหรือวิธีการจัดส่งที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด บริษัทไม่รับผิดชอบต่อการสูญหายหรือความเสียหายของสินค้าที่มูลค่าสูงดังกล่าวเกินกว่าวงเงินชดเชยความเสียหายสูงสุดต่อพัสดุ เว้นแต่จะมีการระบุและชำระค่าส่วนประกันเพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขและข้อตกลงนี้

| 6. การรับผิดชอบกรณีสินค้าสูญหายระหว่างทาง

6.1 บริษัทรับผิดชอบกรณีสินค้าสูญหายเฉพาะช่วงที่จัดส่งจากคลังสินค้าในต่างประเทศถึงคลังสินค้าของบริษัทในประเทศไทยเท่านั้น

6.2 พัสดุต้องมีการแจ้งรหัสลูกค้าและรายละเอียดการจัดส่งแก่เจ้าหน้าที่ของบริษัท ก่อนที่พัสดุจะถึงคลังสินค้า เพื่อให้บริษัทสามารถตรวจสอบและดำเนินการรับพัสดุได้อย่างถูกต้อง หากไม่มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ บริษัทสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย สูญหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

6.3 วงเงินชดเชยความเสียหายสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อพัสดุ เว้นแต่จะมีการระบุและชำระค่าส่วนประกันเพิ่มเติมตามข้อกำหนด และบริษัทไม่รับผิดในความเสียหายทางอ้อมใด ๆ เช่น กำไรที่สูญเสีย หรือค่าเสียโอกาส เป็นต้น

6.4 การแจ้งปัญหาต้องดำเนินการภายใน 7 วันหลังได้รับแจ้งว่าสินค้าถึงคลังสินค้าไทย มิฉะนั้นจะถือว่ายอมรับสินค้าโดยสมบูรณ์ และบริษัทไม่มีภาระผูกพันเพิ่มเติมใด ๆ

| 7. สินค้าต้องห้ามและการควบคุม

7.1 บริษัทไม่รับนำเข้าสินค้าดังต่อไปนี้

  • บุหรี่ หรือสิ่งเสพติดทุกชนิด
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือของมึนเมา
  • วัตถุระเบิด และวัตถุไวไฟทุกชนิด
  • งา หรือซากสัตว์
  • ปืน อาวุธ หรือของมีคม
  • วัตถุหรือสิ่งของลามกอนาจาร
  • พระพุทธรูป ศิลปวัตถุ หรือโบราณวัตถุ
  • ต้นไม้และสิ่งมีชีวิตประเภทต่าง ๆ
  • สินค้าแบรนด์เนม (บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับฝากจัดส่ง)
  • สินค้าผิดกฎหมายของประเทศต้นทางหรือประเทศไทย

7.2 หากตรวจพบว่ามีการส่งสินค้าดังกล่าว บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ และอาจดำเนินการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

7.3 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการสุ่มตรวจสินค้า หากพบว่าละเมิดเงื่อนไข บริษัทมีสิทธิ์ยึด ทำลาย หรือแจ้งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย สูญหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้น

| 8. การรับสินค้าและการจัดส่ง

8.1 การเริ่มนับระยะเวลา: บริษัทจะเริ่มนับระยะเวลา 10 วันปฏิทิน โดยเริ่มนับหลังจากวันที่มีการแจ้งกำหนดการชำระยอดค่าจัดส่งพัสดุจากประเทศต้นทางที่นำเข้ามาไทย

8.2 หากเกิน 10 วัน: หากลูกค้ายังไม่ชำระเงินหรือยังไม่เข้ารับสินค้า บริษัทมีสิทธิ์เรียกเก็บค่าฝากเก็บรายวัน (เช่น 50 บาทต่อกล่องต่อวัน หรือคิดตามพื้นที่จัดเก็บจริง)

8.3 ครบ 30 วัน: หากยังไม่มีการชำระเงินหรือมารับสินค้า บริษัทมีสิทธิ์ระงับการใช้บริการชั่วคราว ลูกค้าต้องชำระยอดค้างและค่าฝากเก็บก่อน จึงจะสามารถกลับมาใช้บริการได้

8.4 ครบ 60 วัน: หากยังไม่มีการชำระเงินหรือมารับสินค้า บริษัทมีสิทธิ์จำหน่ายหรือประมูลสินค้า รายได้จากการจำหน่ายจะถูกนำไปหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) ถือเป็นค่าธรรมเนียมการจัดการของบริษัท ไม่สามารถคืนให้ลูกค้าได้

8.5 พัสดุที่ไม่มีรหัสลูกค้าหรือไม่แจ้งล่วงหน้า: บริษัทสามารถเก็บได้สูงสุด 30 วัน หากไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ จะถูกจัดเก็บในหมวด “พัสดุไม่ทราบเจ้าของ” บริษัทไม่สามารถรับผิดชอบต่อความสูญหายหรือความเสียหายได้

8.6 การปฏิเสธการรับสินค้า: ลูกค้าสามารถปฏิเสธได้เฉพาะกรณีที่สินค้ามีความเสียหายชัดเจนหรือเข้าเงื่อนไขการเคลมที่กำหนดไว้ หากเป็นเหตุผลอื่น เช่น เปลี่ยนใจหรือไม่ต้องการสินค้า จะถือว่าลูกค้าสละสิทธิ์ บริษัทมีสิทธิ์ดำเนินการจัดการสินค้าตามความเหมาะสม

8.7 กรณีเหตุสุดวิสัย: หากลูกค้าไม่สามารถมารับสินค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ลูกค้าต้องแจ้งบริษัทภายใน 10 วันแรก บริษัทอาจอนุโลมขยายเวลาได้ แต่ไม่เกิน 30 วัน โดยบริษัทมีดุลพินิจเด็ดขาดในการอนุมัติหรือปฏิเสธการขยายเวลา

| 9. ความล่าช้าและเหตุสุดวิสัย

9.1 ระยะเวลาขนส่งที่บริษัทแจ้งไว้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยโดยประมาณเท่านั้น อาจเร็วหรือช้ากว่าที่แจ้ง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

9.2 บริษัทไม่รับผิดชอบในความล่าช้า ความเสียหาย หรือการสูญหายที่เกิดจาก

  • การตรวจสอบหรือการดำเนินการของศุลกากร หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจควบคุม
  • ภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว พายุ น้ำท่วม หรือเหตุสุดวิสัยอื่นใด
  • เหตุการณ์ความไม่สงบ เช่น การชุมนุมทางการเมือง การจลาจล หรือสงคราม
  • ความบกพร่อง ความล่าช้า หรือปัญหาอื่นใดของระบบขนส่ง ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศต้นทางหรือประเทศปลายทาง
  • คำสั่ง มาตรการ หรือการดำเนินการใด ๆ ของหน่วยงานรัฐหรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

| 10. การเปลี่ยนแปลงราคาและข้อตกลง

10.1 บริษัทมีสิทธิ์ปรับเปลี่ยนราคาค่าขนส่ง ค่าบริการ และเงื่อนไขอื่น ๆ ได้ตามสถานการณ์โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

10.2 ข้อกำหนดฉบับนี้สามารถแก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมได้ตามดุลยพินิจของบริษัท และมีผลทันทีที่มีการเผยแพร่ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งของบริษัท

| 11. กฎหมายที่ใช้บังคับ

    ข้อตกลงนี้อยู่ภายใต้กฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย หากเกิดข้อพิพาท ให้ศาลไทยเป็นผู้มีเขตอำนาจในการพิจารณา

| 12. ความคลาดเคลื่อนของน้ำหนักพัสดุ

    น้ำหนักพัสดุที่ชั่งโดยบริษัทอาจมีความคลาดเคลื่อนจากเครื่องชั่ง ±0.05 กิโลกรัม ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หากลูกค้าพบว่าน้ำหนักที่ระบุแตกต่างจากที่คาดไว้เกินกว่าช่วงดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ ลูกค้าสามารถแจ้งขอให้บริษัทชั่งน้ำหนักใหม่ได้ ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใช้น้ำหนักจากเครื่องชั่งมาตรฐานของบริษัทเป็นข้อมูลอ้างอิงหลัก เว้นแต่ตรวจพบข้อผิดพลาดชัดเจน

| 13. เรื่องประกันสินค้าขนส่งในไทย

  • การประกันครอบคลุมเฉพาะกรณีสินค้าสูญหายหรือเสียหายจากการขนส่งเท่านั้น
  • สินค้ามือสอง ไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกันทุกกรณี
  • สินค้าที่มีลักษณะแตกหักหรือเสียหายง่าย ไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกันทุกกรณี
  • สินค้ามือหนึ่งที่ซื้อจากต่างประเทศและต้องการรับความคุ้มครอง จะต้องมีใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบจากร้านค้าที่ซื้อมาแสดงเท่านั้น
  • การซื้อประกันสินค้าขนส่งภายในไทย ต้องแจ้งทีมงานไทยล่วงหน้า และดำเนินการซื้อประกันด้วยตนเอง ณ สำนักงานของผู้ให้บริการขนส่งเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ได้

| 14. พัสดุที่ไม่มีหมายเลขติดตาม (No Tracking)

14.1 การจัดส่งสินค้าจากประเทศต้นทางบางรายการ อาจใช้บริการไปรษณีย์ธรรมดา ซึ่งไม่มีหมายเลขติดตาม (Tracking) ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบระหว่างทางได้

14.2 เมื่อพัสดุเดินทางถึงประเทศไทย บริษัทจะทำการตรวจสอบและคัดแยกพัสดุประเภทนี้อีกครั้ง

14.3 กรณีที่บริษัทตรวจสอบแล้วไม่พบสินค้า บริษัทจะคืนค่าสินค้าเต็มจำนวนให้แก่ลูกค้า โดยมีระยะเวลาการพิจารณาคืนเงินตามวิธีการขนส่ง ดังนี้

(ก) การขนส่งทางอากาศ (Air): คืนเงินภายใน 1 (หนึ่ง) เดือน นับจากวันสั่งซื้อ

(ข) การขนส่งทางทะเล (Sea): คืนเงินภายใน 2 (สอง) เดือน นับจากวันสั่งซื้อ

14.4 กรณีสินค้าฝากสั่งซื้อ หมายเลขติดตามขนส่งอาจไม่ตรงกับพัสดุที่เข้าคลังสินค้าต้นทาง บริษัทจะแกะตรวจสอบพัสดุทั้งสองประเภททุก ๆ รอบการส่งของที่ถึงไทย โดยหากตรวจสอบแล้วไม่พบสินค้า จะคืนค่าสินค้าเต็มจำนวนตามระยะเวลาในข้อ 14.3 (ทางอากาศภายใน 1 เดือน / ทางทะเลภายใน 2 เดือน)

14.5 สินค้าที่ลูกค้าสั่งเองและฝากส่งกลับไทย หากไม่มีการซื้อประกันการสูญหาย บริษัทจะรับผิดชอบค่าสินค้าตาม Invoice คำสั่งซื้อ (วงเงินในการรับผิดชอบสูงสุด 2,000 บาทต่อแทร็คกิ้งพัสดุ)

    คำแนะนำ: ก่อนสั่งซื้อ ลูกค้าสามารถแจ้งทีมงานให้สอบถามผู้ขายเรื่องการเปลี่ยนวิธีจัดส่ง เพื่อให้มีหมายเลข Tracking เพิ่มความปลอดภัย

| 15. เกณฑ์สินค้าขนาดใหญ่ (Over Size) และเงื่อนไขด้านขนาดในการขนส่ง

15.1 สินค้าที่มีขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบา หรือมีลักษณะไม่สมดุลกับน้ำหนักจริง และใช้พื้นที่ระวางในตู้คอนเทนเนอร์ค่อนข้างมาก บริษัทจะประเมินค่าขนส่งตามปริมาตร (คิว/CBM หรือ Volume Weight) แทนการคิดตามน้ำหนักจริง

15.2 กลุ่มสินค้าที่โดยทั่วไปเข้าเงื่อนไขการคิดตามปริมาตร ได้แก่

15.2.1 อะไหล่ยนต์และประดับยนต์: กระจังหน้ารถ, กันชนหน้า-หลัง, สเกิร์ต/สปอยเลอร์/ชุดแต่งรอบคัน, ฝากระโปรง/ประตู/หลังคารถ, ท่อไอเสีย, เบาะรถยนต์

15.2.2 เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง: โซฟา/เก้าอี้พักผ่อน, โต๊ะ/ตู้/เตียง/ชั้นวางของกล่องใหญ่, โต๊ะกิจกรรมขนาดใหญ่ (เช่น โต๊ะพูล, โต๊ะปิงปอง)

15.2.3 อุปกรณ์กีฬาและยานพาหนะ: จักรยาน, สโนว์บอร์ด/เซิร์ฟบอร์ด, กล่องบรรทุกสัมภาระบนหลังคารถ, เครื่องออกกำลังกาย

15.2.4 ของสะสมและงานอดิเรก: โมเดลเรซิ่น/งานปั้น/ฟิกเกอร์สเกลใหญ่ (ตั้งแต่ 1:3 หรือ Life-size), เครื่องบินบังคับ (RC)/โดรน/รถบังคับสเกลใหญ่ (ตั้งแต่ 1:8 และ 1:5 ขึ้นไป), เครื่องดนตรี (เช่น กลองชุด)

15.3 เงื่อนไขการจัดส่งทางอากาศ. สินค้าที่มีขนาดรวมของกล่อง (กว้าง + ยาว + สูง) ระหว่าง 100–200 ซม. บริษัทจะคิดค่าขนส่งจากน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตร โดยใช้ค่าที่สูงกว่า ตามอัตราของบริษัท ทั้งนี้หากขนาดรวมของกล่องเกิน 200 ซม. จะไม่สามารถจัดส่งทางอากาศได้ และบริษัทจะเปลี่ยนเป็นจัดส่งทางทะเลแทน

15.4 เงื่อนไขการจัดส่งทางทะเล. สินค้าที่มีขนาดรวมของกล่อง (กว้าง + ยาว + สูง) เกิน 300 ซม. หรืออยู่ในกลุ่มสินค้าตามข้อ 15.2 ข้างต้น จะเข้าเงื่อนไขการเป็นสินค้า Over Size และอาจมีค่าบริการเพิ่มเติมตามอัตราของบริษัท

15.5 การคำนวณน้ำหนัก. บริษัทอาจพิจารณาค่าขนส่งจากน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตร ตามประเภทสินค้า ขนาดพัสดุ และช่องทางการขนส่ง โดยคิดจากค่าน้ำหนักที่สูงกว่า

15.6 ลูกค้าที่มีข้อสงสัยสามารถส่งรูปภาพและแจ้งขนาดกล่องให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบและประเมินค่าขนส่งล่วงหน้าก่อนตัดสินใจได้

| 16. การยอมรับข้อตกลง

    การสั่งซื้อหรือใช้บริการใด ๆ ของ SALMON EXPRESS ถือว่าลูกค้าได้อ่าน ทำความเข้าใจ และตกลงยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดนี้โดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ

ประกาศ ณ วันที่ 05 สิงหาคม 2569

ติดต่อทีมงาน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy